► กฎหมายแรงงาน ที่นายจ้างน้องใหม่ต้องรู้

เครื่องบันทึกเวลา-ราคาถูก

กฎหมายแรงงาน ที่นายจ้างน้องใหม่ต้องรู้

เรียกได้ว่าปัจจุบันนี้ค่านิยมด้านการทำงานของคนไทยกำลังเปลี่ยนไป แต่ก่อนอาชีพที่มั่นคงและมีอนาคตคือพนักงานบริษัทเอกชน หรือรับราชการ แต่ปัจจุบันด้วยวัฒนธรรมที่ถูกปรับเปลี่ยน ทำให้คนหันมามองว่าอาชีพที่มั่นคงที่สุดคือประกอบกิจการส่วนตัว ดังนั้นเวลานี้จึงมีบริษัทห้างร้าน ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เกิดขึ้นมายมาย รวมไปถึงมีผู้ประกอบกิจการรายใหม่เพิ่มขึ้น

การบริหารงานคือความท้าทายของผู้ประกอบการ เพราะต้องต้องคุมทั้งคนและธุรกิจให้ไปด้วยกันได้ สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการรายใหม่ควรต้องคำนึงถึงด้วยคือกฎหมายแรงงาน เพราะจำเป็นสำหรับการบริหารบุคคลอย่างที่สุด กฎหมายแรงงานขั้นพื้นฐานที่นายจ้างต้องรู้ มีรายละเอียดดังนี้

  1. การทำสัญญาการจ้างงาน

          สัญญาการจ้างงาน คือ สัญญาการตกลงว่าจ้างงานระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ซึ่งจะระบุถึงรายละเอียดการทำงาน กฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ในขณะปฏิบัติงาน โดยต้องไม่ขัดกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานมิเช่นนั้นจะถือว่าสัญญานั้นเป็นโมฆะ สัญญาจ้างงานนั้นจะมีผลตลอดอายุการทำงานของลูกจ้าง ยกเว้นกรณีที่เป็นสัญญาจ้างชั่วคราว

  1. การกำหนดระยะเวลาการทำงาน และการพักผ่อนระหว่างงานของลูกจ้าง
  • ตามกฎหมายแรงงานกำหนดเอาไว้ว่างานด้านพาณิชกรรม หรืองานอื่น ๆ ทั่วไประยะเวลาในการทำงานวันละไม่เกิน 9 ชั่วโมง แต่สัปดาห์หนึ่งไม่เกิน 48 ชั่วโมง
  • งานด้านอุตสาหกรรมไม่เกินสัปดาห์ละ 48 ชั่วโมง
  • งานขนส่งไม่เกินวันละ 8 ชั่วโมง
  • งานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายตามที่กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดไว้ ต้องไม่เกินสัปดาห์ละ 42 ชั่วโมง
  • ลูกจ้างต้องมีเวลาพักอย่างน้อย 1 ชั่วโมง ภายหลังจากที่เริ่มทำงานไปแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง
  1. การกำหนดวันหยุด และค่าทำงานในวันหยุด
  • ใน 1 สัปดาห์ต้องมีวันหยุดอย่างน้อย 1 วัน โดยวันหยุดต้องห่างกันไม่เกิน 6 วัน
  • ใน 1 ปีลูกจ้างมีสิทธิหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่า 13 วัน
  • ลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปีมีสิทธิลาพักร้อนได้อย่างน้อย 6 วัน
  1. การทำงานล่วงเวลา และค่าทำงานล่วงเวลา
  • ค่าล่วงเวลา : ลูกจ้างที่ทำงานในช่วงเวลาทำงานในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 30 / 18.00 น. (เวลาหลังเลิกงานที่แต่ละบริษัทกำหนด) เป็นต้นไป จะได้รับค่าจ้างจำนวน 1.5 เท่าของค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง
  • ค่าทำงานในวันหยุด : ลูกจ้างที่ทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ 0-8 ชั่วโมงแรก (ไม่รวมเวลาพัก 1 ชั่วโมง) จะได้รับค่าจ้างจำนวน 1 เท่าของค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง
  • ค่าล่วงเวลาในวันหยุด : ลูกจ้างที่ทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 9 เป็นต้นไป (ไม่รวมเวลาพัก 1 ชั่วโมง) จะได้รับค่าจ้างจำนวน 3 เท่าของค่าจ้างเป็นรายชั่วโมง
  1. กำหนดหลักการลาของลูกจ้าง
  • ลูกจ้างมีสิทธิลาป่วยได้ ไม่เกิน 30 วัน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ และหากการลาป่วยนั้นเกินกว่า 3 วันนายจ้างมีสิทธิขอดูใบรับรองแพทย์จากลูกจ้าง
  • ลูกจ้างที่ตั้งครรภ์สามารถลาคลอดได้ไม่เกิน 90 วัน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ 45 วันและจากรับจากประกันสังคมอีก 45 วัน หากลูกจ้างมาทำงานก่อนกำหนดลาคลอด 90 วันในวันที่มาทำงานนั้นให้จ่ายค่าจ้างตามจำนวนวันที่มาทำงาน
  • ลูกจ้างมีสิทธิทำหมันและหยุดทำงานได้ตามคำวินิจฉัยของแพทย์ โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ
  • ลูกจ้างสามารถลากิจ เพื่อกิจธุระอันจำเป็น โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ
  • ลูกจ้างที่แจ้งลาเพื่อรับราชการทหาร ไม่เกินปีละ 60 วัน โดยได้รับค่าจ้างตามปกติ
  • ลูกจ้างที่แจ้งลาเพื่อฝึกอบรม สามารถทำได้ โดยการจ่ายค่าจ้างจะเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด
  1. สิทธิในการได้รับการคุ้มครองแรงงาน

          เป็นสิทธิพื้นฐานที่กระทรวงแรงงานระบุไว้เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างตามกฎหมาย หากนายจ้างทำละเมิดสัญญาจ้างงานหรือขัดกับกฎหมาย รัฐสามารถแทรกแซงเอกชนเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ลูกจ้างได้

  1. การจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้าง

          กฎหมายแรงงานระบุถึงกรณีที่ลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย ถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย เนื่องจากการทำงานให้นายจ้าง นายจ้างจำเป็นต้องจ่ายเงินทดแทนให้แก่ลูกจ้างตามนี้

  • กรณีลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานให้นายจ้างจ่ายค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นไม่เกิน 50,000 บาท
  • กรณีทุพพลภาพเนื่องจากการทำงาน ลูกจ้างจะได้รับค่ารักษาพยาบาล ค่าทดแทนจำนวน 60% ของค่าจ้างรายเดือน ในกรณีไม่สามารถทำงานได้เกิน 3 วัน และค่าทดแทน 60% ของค่าจ้างรายเดือน กรณีทุพพลภาพเป็นเวลาไม่เกิน 15 ปี 
  • กรณีตายหรือสูญหายจากการทำงาน เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 120 วันนับแต่วันที่เกิดเหตุ สิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับ คือ ค่าทำศพ จำนวน 100 เท่าของอัตราสูงสุดของค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน ค่าทดแทนของค่าจ้างรายเดือนในอัตรา 60% ของค่าจ้างรายเดือน มีกำหนด 8 ปี

         ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในกฎหมายแรงงานเท่านั้น เหตุที่ผู้ประกอบการควรรู้ก็เพื่อจะได้ปฏิบัติตามตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และก็เพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างทำงานได้อย่างมีความสุข เพราะถือว่ามีหลักประกันที่นายจ้างมอบให้อย่างถูกกฎหมายแล้ว

ขอบคุณที่มาจาก https://th.jobsdb.com

Uncategorized @th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *