Blog

► HR พันธุ์ใหม่ 4.0

หลายคนคงคุ้นหูกับคำว่าประเทศไทย 4.0 เพราะไม่นานมานี้รัฐบาลชุดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาประกาศว่า ขณะนี้กำลังจะนำพาประเทศไทยก้าวเข้าสู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0”  หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซึ่งเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หากโครงการดังกล่าวประสบผลสำเร็จจริง ก็จะส่งผลให้บริบททางเศรษฐกิจของประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ของภาคธุรกิจต่างๆ ควรต้องมีการปรับตัวตามเช่นกัน เพื่อให้องค์กรสามารถเติบโตในบริบทใหม่ได้อย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ

ที่ผ่านมาองค์กรต่างๆในประเทศไทยมีรูปแบบบริหารบุคคลเป็นอย่างไร และในอนาคตเราควรต้องปรับตัวอย่างไรบ้างมาดูกัน

พัฒนาการ HR จากยุค 1.0 – 3.0

  • HR 1.0 ยุคแรกของงานบริหารบุคคล มีลักษณะเป็น “งานธุรการ” ซึ่งให้ความสำคัญในการทำงานอยู่กับการ “จ่ายเงินเดือน รับคนเข้า เอาคนออก เช็คบัตรตอก ออกใบเตือน” โดยองค์กรยังมองว่า ฝ่าย HR ไม่ใช่ส่วนงานสำคัญเพราะไม่ทำให้เกิดรายได้
  • HR 2.0 โลกมีการแข่งขันสูงขึ้นและเริ่มมองเห็นว่าคนเป็นทรัพยากรของบริษัทที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นนัก HR จึงปรับบทบาทจากการทำงานวันต่อวัน (Routine) ไปสู่การเป็นคู่คิดทางธุรกิจ/คู่คิดเชิงกลยุทธ์ และต้องมีหน้าที่เป็น Change Agent ที่มีความสามารถในการเตรียมพร้อมคนให้รองรับกับการเปลี่ยนแปลง
  • HR 3.0 คือ การทำงานของ HR ในยุคปัจจุบัน นัก HR ต้องมีความเป็น Credible Activist หรือเป็นคนทำงานที่มีความน่าเชื่อถือ ต้องเป็นนักส่งเสริมบริหารการเปลี่ยนแปลง สามารถสร้างขีดความสามารถขององค์กรและสามารถคิดค้นนวัตกรรม ออกแบบเครื่องมือบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่เหมาะสมกับองค์กรของตนเองได้ ตลอดจนเป็นนักวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่สามารถกำหนดตำแหน่งเชิงกลยุทธ์ขององค์กร และเสนอแนะแนวทางให้แก่ผู้บริหารได้
  • HR 4.0 รูปแบบการบริหารบุคคลในอนาคต อย่างที่เกริ่นไปในข้างต้นว่าหากในอนาคตประเทศไทยถูกปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจจนเรียกได้ว่า ประเทศไทย 4.0 องค์กรต่างๆก็ต้องมีการปรับปรุงแนวทางการบริหารบุคคลเสียใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่พัฒนาขึ้น โดยสามารถคาดการณ์แนวโน้มต่างๆที่จะตามมา ภายหลังที่ประเทศไทยพัฒนาไปตามโครงสร้างที่รัฐบาลบิ๊กตู่วางไว้ได้ ดังนี้

1.ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) HR จึงควรหาหนทางให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้จากพนักงานรุ่นเก่าไปสู่พนักงานรุ่นใหม่

2.ยอมรับคนรุ่นใหม่ เนื่องจากคน Gen Y หรือ Millennials ที่จะกลายเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในองค์กร สิ่งที่นัก HR ควรรีบตอบตัวเองให้ได้ก็คือ “จะปรับองค์กรอย่างไรให้เหมาะสมกับคนยุคใหม่” ไม่ใช่คาดหวังให้คนรุ่นใหม่เป็นฝ่ายปรับตัวเข้าหาองค์กรเพียงอย่างเดียว

3.รูปแบบของเศรษฐกิจจะเปลี่ยนไป จากอุตสาหกรรมที่เน้นการผลิตปริมาณมากและใช้แรงงานราคาถูก ไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่พึ่งพาความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ฉะนั้น HR จึงมีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาศักยภาพคนให้สูงขึ้น

4.โลกาภิวัตน์เข้มข้นมากขึ้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในส่วนหนึ่งส่วนใดของโลก เช่น การออกจากสหภาพยุโรปของประเทศอังกฤษ การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆจะเข้ามาส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากขึ้น นัก HR จึงต้องรู้ปรากฏการณ์ต่างๆ ในโลกและพร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง

5.ต้องพึ่งพาโลกออนไลน์มากขึ้น เพราะข้อมูลแทบทุกอย่างในอนาคตจะถูกเชื่อมโยงอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต ดังนั้นในอนาคต นัก HR จึงต้องมีแผนแล้วว่า จะขับเคลื่อนคนให้พร้อมกับโลกยุคดิจิทัลอย่างไร และจะมีวิธีบริหารการทำงานผ่านระบบออนไลน์อย่างไรได้บ้าง

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว แต่บางอย่างก็ยังเป็นเรื่องไกลตัว ถึงอย่างนั้นนัก HR ก็ไม่ควรมองข้ามและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะเศรษฐกิจนั้นไม่ต่างอะไรจากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนารุดหน้าต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด ตราบใดที่ HR ขององค์กรต่างๆรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง องค์กรก็ย่อมพัฒนาก้าวหน้าต่อไปอย่างเท่าทันโลกเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : วารสาร HR Society Magazine ฉบับเดือนสิงหาคม,www.jobdst.com/

Post a Comment