Blog

► HR รุ่นใหม่ปรับตัวอย่างไรให้ทันโลก

      HR หรือ ฝ่ายบุคคล คือแผนกงานที่เปรียบเสมือนหูตาของเจ้าของกิจการก็ว่าได้ เพราะมีหน้าที่ดูแลพนักงานในองค์กรให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งเป็นผู้ช่วยที่ดีในการจัดการเรื่องสวัสดิการและเงินเดือนแทนเจ้าของกิจการ และในปัจจุบันด้วยเศรษฐศาสตร์ที่เปลี่ยนไปของโลก ทำให้ฝ่ายบุคคลได้มีบทบาทมากขึ้นในองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย ฝ่ายบุคคลขององค์กรคุณได้พัฒนาปรับเปลี่ยนตามกระแสโลกาภิวัตน์นี้แล้วหรือยัง ลองมาเช็คกัน

ฝ่ายบุคคลต้องรู้จักธุรกิจของบริษัท

         ฝ่ายบุคคลไม่ควรทำหน้าที่เพียงดูแลแต่งานเอกสารอีกต่อไป แต่ควรวางตัวเป็นเหมือนหนึ่งในผู้ร่วมธุรกิจ (strategic partner) ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อผลประกอบการของบริษัท เพราะผลงานที่มีคุณภาพเกิดจาก พนักงานทีมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ดี  ดังนั้นฝ่ายบุคคลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในจุดนี้เพราะเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกพนักงานและบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลโดยตรง จะดีกว่าหรือไม่ หาก ฝ่ายบุคคลสามารถทำการวิเคราะห์ธุรกิจ และแนะนำพนักงานได้เพื่อจะดำเนินงานอย่างตรงตามเป้าหมายของบริษัท

ฝ่ายบุคคลต้องคิดนอกกรอบบ้าง

อีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าพนักงานรุ่นเก่าที่เรียกกันว่า  Baby boomer ซึ่งมีนิสัยรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ จะทยอยเกษียณอายุหมดไป และพนักงานรุ่นใหม่อย่าง Gen X และ Gen Y จะขึ้นมาแทนที่ เป็นประชากรหลักในบริษัท ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ต่างก็ให้ความสำคัญในเรื่องความสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวเป็นอย่างมาก ดังนั้นฝ่ายบุคคลจึงควรปรับแนวคิดให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ด้วย เช่น เพิ่มเติมแผนสวัสดิการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับพนักงาน อย่างเช่น เพิ่มสวัสดิการลาคลอด 6 เดือนโดยยังจ่ายค่าจ้างในอัตราปกติ หรือมีนโยบายการรับพนักงานโดยดูจากความสามารถเป็นหลัก ไม่ใช่ใบปริญญา ซึ่งรูปแบบเหล่านี้กำลังได้รับความสนใจในแวดวง HR ทั้งไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

ฝ่ายบุคคลต้องทันเหตุการณ์บ้านเมือง

          จริงอยู่ว่าฝ่ายบุคคลเป็นงานที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภายในบริษัท แต่ถ้าฝ่ายบุคคลปิดหูปิดตา ไม่ลองมองโลกภายนอกบ้างว่ามีอะไรใหม่เกิดขึ้นในสังคมหรือในแง่เศรษฐกิจแล้ว ก็อาจทำให้บริษัทพลาดอะไรหลาย ๆ อย่างได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่นเรื่อง ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ที่ฟังดูเหมือนจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับฝ่ายบุคคลมากนัก แต่กลับสามารถส่งผลต่อเรื่องแรงงานได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวโน้มการโยกย้ายของแรงงานฝีมือดีที่เป็นที่ต้องการในตลาดอาเซียน ดังนั้นฝ่ายบุคคลเองอาจจะต้องกลับมามองโครงสร้างสวัสดิการและผลตอบแทนของบริษัทบ้างว่ายังมีความสามารถที่จะแข่งขันกับทั้งตลาดภายในประเทศรวมถึงตลาดแรงงานอาเซียนอยู่หรือไม่ หรืออาจจะต้องมีการเตรียมนโยบายเพื่อรับมือความหลากหลายทางเชื้อชาติของแรงงานที่กำลังจะเพิ่มขึ้นเอาไว้บ้าง

ฝ่ายบุคคลต้องเพิ่มคุณค่าในตัวเอง

         อย่าลืมว่าพนักงานฝ่ายบุคคลเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่คุณต้องดูแล หากหัวหน้าฝ่ายบุคคลมุ่งมั่นที่จะดูแลคนทั้งองค์กรแต่ลืมพัฒนาบุคคลากรของตัวเองแล้ว เป้าหมายก็คงจะไม่สำเร็จได้โดยง่าย พนักงานฝ่ายบุคคลก็ต้องได้รับการพัฒนาไม่ต่างจากพนักงานคนอื่น ๆเช่นกัน และควรจะต้องได้รับการดูแลก่อนเป็นอันดับแรกเสียด้วย ดังนั้นควรส่งเสริมความรู้ทักษะด้านต่างๆให้พวกเขา เพราะจะส่งผลให้พวกเขาสามารถดูแลและพัฒนาต่อยอดพนักงานคนอื่น ๆได้มากยิ่งขึ้น

กล่าวโดยสรุปคือฝ่ายบุคคลในวันนี้ควรดำเนินงานในเชิงรุกให้มากขึ้น ทั้งการพัฒนาตัวเอง ทั้งการศึกษา เก็บข้อมูล ทำการวิเคราะห์และนำเสนอแก่ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จริงอยู่ สิ่งที่เราเคยทำกันมาในอดีตอาจเคยให้ผลลัพธ์ที่ดีมาโดยตลอด แต่ในวันนี้ปัจจัยต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปแล้วไม่มากก็น้อย ดังนั้นฝ่ายบุคคลจึงมีหน้าที่ต้องเพิ่มทางเลือกให้องค์กรด้วยการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้งเช่นกัน

ขอบคุณที่มาจาก http://www.milestoneconsulting.co.th

Post a Comment