► 10 ขั้นตอนคัดเลือกผู้สมัครงานอย่างมืออาชีพ


 

        เมื่อใดก็ตามที่ทีมต้องการสมาชิกเพิ่มเพื่อร่วมทำงาน ขั้นตอนการสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญมากที่สุด เราไม่อาจรู้เลยว่าใครคือคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งงาน เพราะไม่ใช่เพียงแต่เราเท่านั้นที่เป็นฝ่ายเลือก ทางฝ่ายผู้สมัครงานก็ต้องเต็มใจที่จะร่วมงานกับเราด้วยเช่นกัน ตามสำนวนที่ว่า Put the right man on the right job  หรือเลือกใช้คนให้ถูกกับงาน เพื่อจะได้สมาชิกที่จะมาเป็นทีมเวิร์คและเสริมสร้างคุณภาพให้องค์กร ต่อไปนี้เป็นแนวทางการคัดเลือกพนักงานที่เหมาะสมเข้าทำงาน      

  1. จัดทำ Job Description

เตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อนลงประกาศรับสมัคร ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดตำแหน่งงาน หน้าที่รับผิดชอบ เพราะผู้สมัครมักจะมองหน้างานที่ตรงกับความสามารถและความสนใจของตนเองเป็นหลัก ข้อมูลที่ชัดเจน ไม่คลุมเครือจะดึงดูดผู้สมัครงานได้ดีและมีแนวโน้มสูงที่จะได้พบคนที่มีคุณสมบัติตรงกับที่องค์กรต้องการ

  1. ให้ผู้สมัครงานรู้จักผู้ร่วมทีม

ไม่ควรให้แต่เพียง HR เป็นผู้ทำการสัมภาษณ์เท่านั้น แต่บุคคลที่ผู้สมัครงานจะต้องร่วมงานด้วยในอนาคต ก็ควรจะมาสัมภาษณ์เช่นกัน เพื่อจะได้เรียนรู้ลักษณะนิสัย และทักษะต่างๆของผู้สมัครงาน แล้วนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการร่วมงานกัน พร้อมกันนั้นก็ต้องปรึกษา HR เพื่อร่วมกันตัดสินใจเลือกคนที่สามารถเข้ากันกับทีมและองค์กรได้ดีที่สุด

  1. เตรียมการสัมภาษณ์อย่างเป็นขั้นตอน

เพื่อให้การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างมีระบบและโปร่งใส ควรจัดการรูปแบบสัมภาษณ์อย่างเป็นขั้นตอน เช่น เตรียมคำถามสัมภาษณ์งานที่สอดคล้องกับคุณสมบัติของตำแหน่งงานที่ต้องการ ศึกษาข้อมูลของผู้สมัครงานจากเรซูเม่ กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือก รวมทั้งอ่านเทคนิคการสัมภาษณ์งานเพิ่มเติม

  1. กำหนดระยะเวลาในการสัมภาษณ์งาน

 ควรกำหนดระยะเวลาสัมภาษณ์งานอย่างแน่ชัดและเปิดโอกาสให้ผู้สมัครงานพูดมากกว่าตน เช่น ภายใน 1 ชั่วโมง ควรแบ่งให้ผู้สมัครงานพูด 70% และ 30% สำหรับผู้สัมภาษณ์พูด ทั้งนี้เพื่อให้ผู้สมัครงานได้นำเสนอตนเอง และบอกเล่าประสบการณ์ของเขา เพื่อให้มีข้อมูลมาใช้ประเมินผลการสัมภาษณ์มากที่สุด

  1. อธิบายรายละเอียดงานให้ชัดเจน

ผู้สัมภาษณ์งานควรอธิบายรายละเอียดของงานให้ชัดเจน จะได้เข้าใจตรงกันตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งาน เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้ได้คนที่เหมาะกับงานคือ ผู้สมัครต้องเข้าใจลักษณะของงาน และอยากทำงานนั้นจริงๆ เนื่องจากบ่อยครั้งที่รับพนักงานเข้ามาทำงานแล้วกลับทำงานไม่นานก็ลาออก เพราะพบว่าไม่ใช่งานแบบที่คิดไว้

  1. สร้างความประทับใจด้วยสื่อสาร

คุณสามารถสร้างความประทับใจในแบรนด์ของคุณได้ผ่านทางการสื่อสาร อย่างในกรณีรับสมัครงานก็เช่นกัน ไม่ว่าผู้สมัครงานจะผ่านการคัดเลือกหรือไม่ ก็ควรแจ้งผลแก่พวกเขาด้วย เพราะแม้จะไม่ได้ร่วมงานกัน แต่เขาก็รู้สึกดีที่องค์กรของคุณให้ความเอาใจใส่

  1. คัดผู้สมัครงานที่ดีที่สุด 3 คน เข้ารอบสุดท้าย

สำหรับองค์กรที่กำหนดการสัมภาษณ์ออกเป็นหลายรอบ การสัมภาษณ์รอบสุดท้ายควรเหลือคนที่ดีที่สุดไว้อย่างน้อย 3 คน เพื่อให้มั่นใจว่า หากคุณพลาดจากผู้สมัครอันดับหนึ่งคุณยังมีตัวเลือกที่ดีอย่างน้อยอีก 2 คนอยู่ในมือ

  1. ปูพื้นความรู้เกี่ยวกับบริษัทก่อนรับเข้าทำงาน

เมื่อตัดใจเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติคู่ควรเข้าทำงานแล้ว ควรปูพื้นความรู้เกี่ยวกับบริษัท ไม่ว่าจะเป็น รายละเอียดกิจการ สินค้า อุตสาหกรรม ทิศทางองค์กร กฎระเบียบ และแนวทางการทำงานให้แก่พนักงานเพื่อให้เขาสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และวางตัวได้อย่างเหมาะสม

  1. จัดทำเอกสารหรือสัญญาที่รัดกุม

ก่อนที่พนักงานจะเริ่มงาน HR ควรจัดการเรื่องเอกสารโดยเร็ว โดยเฉพาะประเด็นที่จะเป็นข้อถกเถียงควรชี้แจง ให้รัดกุมที่สุด เช่น เงินเดือน ระยะเวลาทดลองงาน สวัสดิการที่จะได้รับ เป็นต้น

  1. ให้พนักงานเข้าใจรายละเอียดต่างๆ ก่อนเริ่มทดลองงาน

เมื่อพนักงานตกลงเริ่มงานแล้ว ควรชี้แจงรายละเอียดต่างๆให้พนักงานเข้าใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาทดลองงานซึ่งส่วนใหญ่อยู่ที่ 3-4 เดือน ตามแต่นโยบายบริษัท หรือเรื่องของเงินเดือนที่อาจต่ำกว่าที่ผู้สมัครงานต้องการ หรือให้สวัสดิการเพียงบางอย่าง แต่เมื่อผ่านการทดลองงานแล้วจึงได้ขึ้นเงินเดือนตามตกลงหรือได้สวัสดิการมากขึ้น  เป็นต้น

       นอกจากนี้เมื่อได้พนักงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งแล้ว ทั้ง HR และเพื่อนร่วมงานต้องไม่ลืมเอาใจใส่พนักงานใหม่ เพราะความเอื้ออาทรนี่แหละเป็นสิ่งสำคัญที่สุดจะทำให้เขาอยู่กับองค์กรเราไปได้อีกยาวนาน

ขอบคุณที่มาจาก https://th.jobsdb.com

 

 

Uncategorized @th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *