► สิทธินี้ เพื่อคุณแม่มือใหม่ - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► สิทธินี้ เพื่อคุณแม่มือใหม่

 

      ผู้หญิงในยุคใหม่ มีความสามารถกันมากขึ้น มีบริษัทจำนวนไม่น้อยที่ผู้หญิงก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าหรือมีตำแหน่งใหญ่โต ในเมืองไทยจึงเกิดคำฮิตว่า Working woman ใช้สำหรับเรียกผู้หญิงที่ทำงาน และถึงแม้พวกเธอจะตัดสินใจแต่งงานและมีลูกก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เพราะประกันสังคมได้จัดให้มีกองทุนช่วยเหลือในส่วนนี้เรียบร้อยแล้ว นั่นคือการใช้สิทธิรับค่าคลอดบุตร และค่าสงเคราะห์บุตร ซึ่งมีรายละเอียดตามที่จะกล่าวต่อไปนี้

ค่าจ้าง

สำหรับ working woman ที่กำลังจะเป็นคุณแม่ คุณได้สิทธิลาเพื่อคลอดบุตร ไม่เกิน 90 วัน โดยนับรวมวันหยุดที่มีระหว่างวันลาด้วย ทั้งยังได้รับเงินรายได้จากนายจ้างอีกด้วย โดยตามกฎหมายผู้ประกันตนมีสิทธิที่จะได้รับเงินจาก 2 ช่องทางหลัก ๆ ด้วยกัน คือ 

  1. นายจ้างจะต้องจ่ายเงินให้กับผู้หญิงที่ทำการลาคลอดเป็นจำนวน 45 วันโดยขึ้นอยู่กับทางนายจ้างว่าจะจ่ายระหว่างลา หรือหลังจากมาทำงาน ยกตัวอย่างเช่น ตามปกติได้เงินเดือนอยู่ที่เดือนละ 20,000 บาท ในระหว่างที่ลาคลอด นายจ้างจะต้องจ่ายเงินให้เป็นจำนวนเท่ากับ 45 วัน (1 เดือน 15 วัน) เท่ากับว่าคุณแม่จะมีรายได้ 30,000 บาท
  2. นอกจากนี้คุณแม่ยังมีสิทธิที่จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรจากทางประกันสังคม โดยทางประกันสังคมจะเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนเฉลี่ย 90 วัน (คิดจากฐานเงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท) แต่ในกรณีที่ 2 นี้ คุณแม่จะต้องส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์ และในกรณีที่คุณแม่มาทำงานก่อนโดยไม่รอให้ครบ 90 วันคุณแม่ก็จะได้รับค่าจ้างตามปกติต่างหากในวันที่คุณแม่มาทำงานด้วย

ค่าคลอดบุตร

นอกจากจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการหยุดงานเพื่อคลอดบุตรแล้ว ประกันสังคมยังมอบเงินค่าคลอดบุตรให้คุณแม่สามารถไปเบิกได้จากสำนักงานประกันสังคมในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อการคลอดบุตรหนึ่งครั้ง ทั้งนี้จะต้องเป็นผู้ส่งเงินสมทบครบ 7 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนคลอดบุตรเท่านั้น พูดง่ายๆก็คือ หากนับย้อนหลังกลับไป 15 เดือน (1 ปี 3 เดือน )ก่อนคลอดบุตร คุณต้องมีเงินสมทบมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 เดือน หากน้อยกว่า 7 เดือน ก็จะหมดสิทธิ์ในการขอค่าคลอดบุตรครั้งนี้
ข้อควรรู้อื่นๆเกี่ยวกับค่าคลอดบุตร

  • หากผู้ประกันตนเป็นลูกจ้างในที่ทำงานที่ได้รับการลดส่วนกรณีค่าคลอดบุตรอยู่แล้ว จะไม่มีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรได้
  • หากผู้ประกันตนเคยขอเบิกค่าคลอดบุตรครบ 2 ครั้งแล้วก็ไม่สามารถขอเบิกค่าคลอดบุตรได้อีก ยกเว้นว่า กรณีทั้งคุณพ่อ (สามี) และคุณแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ก็ให้ใช้สิทธิแทนกันได้ โดยสามารถใช้สิทธิในการเบิกค่าคลอดบุตรรวมกัน ไม่เกิน 4 ครั้ง
  • ค่าสงเคราะห์บุตร

คุณแม่มือใหม่มีสิทธิได้รับเงินค่าสงเคราะห์บุตรตามที่กฎหมายกำหนดให้ เดือนละ 400 บาทต่อบุตร 1 คน โดยกองทุนจะส่งให้ทุกปีตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 2 คน และต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่รวมบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่น แต่ทั้งนี้สิทธินี้สงวนให้เฉพาะคุณแม่ที่จ่ายเงินสมทบมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน ภายในระยะเวลา 36 เดือน (3 ปี) เท่านั้น

เมื่อรู้แบบนี้แล้วสาวๆที่เป็นทั้ง Working woman และกำลังจะเป็นคุณแม่มือใหม่ก็สบายใจได้เลยว่าจะสามารถคลอดน้องอย่างไร้ปัญหา และกลับมาทำงานได้ตามปกติ
       

ขอบคุณที่มาจาก www.kapook.com

Post a Comment