► จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทรัมป์นั่งเก้าอี้ ประธานาธิบดี?


 

      ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และตำแหน่งผู้นำคนที่ 45 ของชาติมหาอำนาจก็ตกเป็นของชายผู้ทำให้คนให้โลกคาดไม่ถึง อย่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ชัยชนะของเขาครั้งนี้ทำให้เกิดความแตกตื่นในวงการธุรกิจทั่วโลก เพราะนโยบายที่สวนทางกับรัฐบาลชุดโอบาม่าเป็นอย่างมาก สำหรับในประเทศไทยนั้นจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้างกับการมาของทรัมป์ วันนี้เรามีบทความที่น่าสนใจมานำเสนอ

วิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจของนายทรัมป์ แบ่งออกเป็น 4 ข้อที่น่าสนใจ ดังนี้

1.ภาษี ทรัมป์เสนอนโยบายใจกล้าที่อาจจะทำให้รายได้ภาษีของประเทศ ลดลงถึง 9.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในอีก 10 ปี โดยเขาจะให้มีการลดอัตราและเพดานการเก็บภาษีบุคคลธรรมดาจากเดิมสูงสุดที่ 39.6% เหลือ 25% พร้อมทั้งลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 35% เหลือ 15% ซึ่งจากการลดภาษีนี้เองสถาบันนโยบายภาษีได้ออกมาประมาณการว่าจะส่งผลรายได้ของรัฐลง

2.การใช้จ่ายภาครัฐ  ผลจากนโยบายลดภาษี ทำให้รัฐน่าจะมีความจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่ายลงไม่น้อยกว่า 20% เพื่อให้งบประมาณแผ่นดินอยู่ในแดนบวก แต่นายทรัมป์กลับเสนอเพิ่มงบประมาณกลาโหม เพื่อให้คงนโยบายประกันสังคมและสุขภาพ ยิ่งกว่านั้นยังมีโครงการสร้างกำแพงกั้นชายแดนประเทศเม็กซิโกทำให้คนอเมริกันหลายคนตื่นตระหนกไม่น้อย

3.ตรวจคนเข้าเมือง ทรัมป์แสดงออกชัดเจนว่าจะเข้มงวดในการจัดการกับแรงงานผิดกฎหมายภายในสหรัฐ ดังนั้นเขาจึงเสนอให้มีการเนรเทศคนต่างด้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนจำนวน 11 ล้านคนซึ่งคิดเป็น 3.5% ของประชากรและ 5.1% ของแรงงานทั้งประเทศ รวมและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจาก 5,000 คนเป็น 15,000 คน

4.การค้าระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์บางท่านมองว่าอาจมีการถอนตัวในความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) และความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) อีกทั้งทรัมป์ยังกล่าวหาว่าประเทศจีนว่าทำสนธิสัญญาทางการค้าซึ่งเอาเปรียบสหรัฐ จึงชูนโยบายการปฏิรูปทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

จากนโยบายที่กล่าวมาทั้งหมด จะส่งผลให้สหรัฐอาจถูกโดดเดี่ยวทางเศรษฐกิจ การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศจะลดลง และเมื่อประกอบกับรายจ่ายของประเทศที่มากขึ้น อัตราการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐ จะลดลงไปอย่างมาก ดังที่ศูนย์วิจัย  Moody’s Analytics ได้คาดการณ์ เศรษฐกิจในช่วงสี่ปีของประธานาธิบดีทรัมป์ว่า อัตราการว่างงานอาจเพิ่มขึ้นสูงถึง 6% และ GDP อาจไม่มีการเติบโตหรือกรณีร้ายอาจติดลบได้

ผลกระทบไทย

 จากการลดการสนับสนุนทางการทหารให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ทำให้มีโอกาสการเกิดสงครามค่าเงินระหว่าง สหรัฐ จีน และญี่ปุ่น  โดยอาจมีการตอบโต้มาตรการการลดค่าเงินเยนและเงินหยวนผ่านการขึ้นพิกัดอัตราภาษีนำเข้าของสินค้าจากทั้งสองประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดการชะลอตัวของเศรษฐกิจในเอเชีย นอกจากนี้นโยบายการกีดกันชาวมุสลิมที่เดินทางเข้าสู่สหรัฐ อาจส่งผลเชิงจิตวิทยาและกระทบความสัมพันธ์กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สำหรับในประเทศไทย คาดว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจเป็นไปในเชิงบวกในระยะสั้น เนื่องจากสหรัฐภายใต้การนำของนายทรัมป์ที่ดำเนินนโยบายการเมืองแบบปิด อาจลดการแทรกแซงกิจการของต่างประเทศ และหาก TPP ถูกยกเลิกไปด้วย การเสียโอกาสจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศให้กับเวียดนามและมาเลเซียโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากรวมถึงความเสียเปรียบในการส่งออกของภาคอุตสาหกรรมอาหารไทยก็จะลดลงตามลำดับ แต่ผลกระทบต่อการเป็นประธานาธิบดีของนายทรัมป์คงไม่ส่งผลดีในระยะยาว

ขอบคุณที่มาจาก www.finnomena.com/

Uncategorized @th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *