Blog

► ข่าวดีส่งท้ายปี! ผู้มีรายได้ต่ำ มีสิทธิรับเงินช่วยเหลือ 1,500-3,000บาท

 

      ทุกวันนี้สำหรับเศรษฐกิจไทย ยังพูดไม่ได้เต็มว่าอยู่ในภาวะดี เพราะผลกระทบจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลกที่ส่งผลให้ภาคธุรกิจไทยซบเซาลงตลอดหลายปีมานี้ ในหมู่ชนชั้นกลางหรือมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานในบริษัทอาจได้รับผลกระทบไม่มากเท่ากลุ่มผู้มีรายได้ต่ำ เพราะผลกระทบจากรายได้ของคนในสังคม จะลดลั่นกันไปเหมือนปิรามิด และกลุ่มที่เป็นฐานปิรามิดซึ่งได้รับผลมากที่สุดก็คือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยนั่นเอง

      ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้รัฐชุด คสช. ไม่ได้นิ่งนอนใจปล่อยประชาชนไปตามยถากรรม หากแต่พยายามหาวิธีช่วยเหลือที่จะส่งผลกระทบในทางที่ดีต่อทุกภาคส่วน โดยเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 59 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยว่า หลังจากมีการประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีจึงมีมติออก มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ตามที่เคยประกาศไว้แล้วที่ให้ไปขึ้นทะเบียนสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย โดยแบ่งเป็น

  • ผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท
  • ผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,001 บาท เเต่ไม่เกิน 1 แสนบาท จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท

      ตามรายชื่อที่ได้ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้า ซึ่งได้มีการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายเรียบร้อยแล้ว โดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค. 2559 ผ่านบัญชีธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ตามที่ได้ลงทะเบียนไว้  และสำหรับผู้ที่ไม่มีบัญชีให้ไปเปิดบัญชีในสาขาที่ลงทะเบียนเพื่อรับเงิน

      ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า “ที่ประชุม ครม.รับทราบตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงานในการเสนอให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 69 จังหวัดทั่วประเทศ 5-10 บาท ซึ่งเป็นการทำงานของคณะกรรมการพิจารณาในเรื่องนี้เสนอขึ้นมา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่เสนอขึ้นมา และถึงแม้ว่าจะไม่มาก แต่ถือเป็นกำลังใจก่อน เนื่องจากเรายังมีระบบเศรษฐกิจเเบบเดิมๆอยู่ รายได้ยังเพิ่มขึ้นไม่มากนัก การจะปรับขึ้นค่าเเรงต้องคำนึงถึงผู้ประกอบการด้วย ถ้ามองซีกเดียวก็ไปไม่ได้ทั้งหมด การทำงานต้องคำนึงถึงความสมดุลด้วย และเมื่อไปอีกสักระยะเวลาหนึ่งก็อาจจะได้เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ แต่สิ่งที่จะได้คือ มาตรการการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ถ้าได้ลงทะเบียนไว้ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือด้วย

       ก็จริงอย่างที่ท่านนายกฯพูดทิ้งท้าย แม้จะเป็นเงินช่วยเหลือที่ไม่มากนัก แต่ก็เป็นน้ำใจช่วยเหลือผู้ยากไร้และสร้างกำลังใจให้คนเหล่านั้น เพราะฉะนั้นใครที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวก็อย่าลืมไปรับสิทธ์นี้กันนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก www.springnews.co.th

Post a Comment