► แนะแนวพนักงานอย่างไร ให้รู้จักสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► แนะแนวพนักงานอย่างไร ให้รู้จักสร้างสมดุลชีวิตการทำงาน

 

      Work & Life Balance หรือ สมดุลชีวิตการทำงานนั้น ใครว่าไม่สำคัญ แม้คนรุ่นเก่าจะมีค่านิยมที่ต้องทำงานหนักเท่านั้น จึงจะประสบความสำเร็จก็ตาม แต่ความคิดนี้ใช้ไม่ได้ในสมัยนี้แล้ว ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การสร้างความสุขในชีวิต ควบคู่ไปกับการทำงานก็สำคัญ เพราะคนเราไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ดังนั้นการบริหารความสมดุลชีวิตให้กับพนักงาน จึงนับเป็นแรงจูงใจในการทำงานอย่างหนึ่ง เพราะพนักงานจะรับรู้ว่าผู้บริหารให้ความสำคัญกับตน ไม่ใช่ทำเหมือนเป็นแต่เครื่องจักรทำกำไร

จึงเป็นหน้าที่ของ HR ที่จะช่วยผู้บริหารเข้ามาดูแลด้านนี้ โดยสามารถสร้างสมดุลชีวิตและงานให้กับพนักงานได้ดังนี้

 1. ปรับเวลาทำงานให้ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนเวลาเข้างาน และเลิกงานได้หลายเวลาตามความสะดวกของพนักงาน สำหรับคนที่บ้านไกลเดินทางลำบาก สามารถเลือกเวลาที่เหมาะสมกับตนได้ เช่น 00-17.00 น. 8.30-17.30 น. 9.00-18.00 น. 9.30-18.30 น. หรืออื่น ๆ เลือกได้แบบใดแบบหนึ่ง แต่ต้องยึดตามที่เลือกตลอดไป ห้ามเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อที่จะได้สะดวกสำหรับ HR ในการตรวจสอบเวลาทำงานของพนักงานด้วย

2. จัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับการจัดสรรเวลา หากมีเวลาว่างก็ควรจัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับวิธีบริหารปริมาณงานในมือ หรือเวลาทำงานและเวลาส่วนตัวอย่างสมดุล ทำอย่างไรจะกำจัดนิสัยไม่ดีที่ทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพออกไปได้ เป็นต้น เพื่อพนักงานจะได้รู้วิธีการทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมกับมีเวลาเหลือให้กับตัวเองด้วย

 

3. เป็นต้นแบบที่ดีในการจัดสมดุลชีวิตและงาน จัดสมดุลชีวิตและงานของคุณให้ดี ทำให้พนักงานรู้ว่าคุณคาดหวังให้พวกเขาทำแบบนั้นเช่นกัน

4. ฝึกให้หัวหน้างานรู้จักสังเกตลูกน้อง หากเห็นสัญญาณของการขาดสมดุลในชีวิตและงาน ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวที่กระทบกับงาน หรือทำงานมากเกินไปจนกระทบกับชีวิตส่วนตัว ให้รีบเข้าไปช่วยเหลือทันที

5. กระตุ้นให้ผู้จัดการ หัวหน้างานกำหนดลำดับความสำคัญของงานอย่างชัดเจน เพราะหากไม่ชัดเจน เขาอาจต้องอยู่ทำงานล่วงเวลาโดยไม่จำเป็น เพราะคิดว่าต้องโหมทำทุกอย่างให้เสร็จพร้อมกันหมด แทนที่เขาจะได้เลิกงานกลับไปหาครอบครัว

6. อนุญาตให้พนักงานทำงานที่บ้านได้ในกรณีที่จำเป็น หากพนักงานต้องหยุดงานเพื่อดูแลคนในครอบครัวที่เจ็บป่วย การอนุญาตให้เขาทำงานจากที่บ้านได้จะช่วยลดความกังวลเรื่องครอบครัว ในขณะเดียวกันก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการปล่อยให้ตัวมาทำงานแต่ใจไม่อยู่ที่งาน

7. กระตุ้นให้มีการใช้วันลาพักร้อน และวันลาป่วย ทุกองค์กรล้วนกำหนดโควต้าวันลาในแต่ละปีไว้ว่าแต่ละคนมีวันลากี่วัน สำหรับอะไรบ้าง หากไม่ใช้สิทธิ์ก็จะเสียสิทธิ์นั้นไป หากเริ่มเห็นสัญญาณของความเหนื่อยล้าในการทำงาน ควรกระตุ้นให้พนักงานใช้วันหยุดที่มีเพื่อพักผ่อนเสียบ้าง

            และนี่เป็นเพียงแนวทางคร่าวๆในการแนะนำพนักงานให้รู้จักการรักษาสมดุลชีวิตการทำงาน แต่ละองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสมของวัฒนธรรมองค์กรกรที่มีอยู่แต่เดิม ทั้งนี้ก็เพื่อพนักงานของท่านจะได้มีความสุขในงานทำงาน และส่งผลให้ผลิตผลงานที่ดี มีคุณภาพให้องค์กรยิ่งๆขึ้นไป

ขอบคุณข้อมูลจาก www.jobsdb.com

Post a Comment