Blog

► เตรียมตัวให้พร้อม! ประกันสังคมอาจขึ้นเงินสมทบเป็น 1,000 บาท!

 

      ประกันสังคม นับเป็นเงินออมอย่างหนึ่งที่กฎหมายบังคับให้พนักงานเงินเดือนจ่ายทุกเดือน เพื่อให้มีเงินเก็บในอนาคตและเพื่อประกันสุขภาพยามฉุกเฉิน เดิมทีประกันสังคมที่เราจ่ายนั้นจะเริ่มที่ 1,650 บาท ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือน แต่นับจากปี 2560 เป็นต้นไป ประกันสังคมจะมีอัตราสูงขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสังคมผู้สูงอายุที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย

      เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา นพ.สุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ออกมาแถลงข่าวหลังการประชุมรับฟังความคิดเห็นเรื่อง “การปรับปรุงจำนวนเงินที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคม” ว่าในการปรับเพิ่มเงินในผู้ประกันตามมาตรา 33 จากเดิมอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 1,650 บาท และสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาทต่อเดือน จะมีการเปลี่ยนแปลงได้ 2 แนวทางคือ ต่ำสุด 3,600 บาท หรือ 4,500 บาท และสูงสุดเป็น 20,000 บาทต่อเดือน ส่วนกรณีมาตรา 39 ซึ่งเดิมใช้ฐานค่าจ้างที่ 4,800 บาทต่อเดือน กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มมาเป็นที่ 7,800 บาท หรือ 6,700 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ต่อไปในอนาคตอาจมีการพิจารณาปรับเพิ่มเงินสมทบ ทุกๆ 5 ปีด้วย ทั้งนี้เหตุที่มีการปรับฐานเงินสมทบ ก็เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและเพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์และความมั่นคงของชีวิต

     นพ.สุรเดชกล่าวเพิ่มเติมว่า ในเรื่ององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เสนอ 5 แนวทางในการปฏิรูปประกันสังคม ซึ่งหนึ่งในนั้นมีการเสนอเรื่องของการปรับฐานการคำนวณเงินสมทบด้วยนั้น ขอยืนยันว่าเป็นการปรับเพื่อสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ส่วนเรื่องความมั่นคงของกองทุนนั้นมีแนวทางอื่นๆ ที่ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น การลงทุนในภาคส่วนต่างๆ เป็นต้น ส่วนการร่างกฎหมายคืนสิทธิผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่หลุดจากการเป็นผู้ประกันตน เช่น การลืมจ่าย ทำให้ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ เป็นต้น ขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีผู้คัดค้าน อยู่ในขั้นตอนกระทรวงแรงงานกำลังพิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน ม.ค.2560
     ด้านนายโกวิท สัจจวิเศษ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายประกันสังคม ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ว่า สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 นั้น จากเดิมฐานคำนวณสูงสุดคือ 15,000 บาท ต้องจ่ายเงินสมทบที่ 750 บาทต่อเดือน ได้รับเงินออม 900 บาทต่อเดือน เมื่อปรับเป็น 20,000 บาท จะจ่ายเงินสมทบสูงสุดที่ 1,000 บาทต่อเดือน แต่ได้รับเงินออมสูงสุดที่ 1,200 บาทต่อเดือน ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 ยังใช้การคำนวณที่ 9% เช่นเดิม โดยปัจจุบันใช้ฐาน 4,800 บาท จะจ่ายสมทบต่อเดือนที่ 432 บาท หากปรับฐานเป็น 7,800 บาท จะจ่ายเงินสมทบที่ 702 บาทต่อเดือน หากใช้ฐาน 6,700 บาท จะจ่ายเงินสมทบที่ 603 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ การปรับเพิ่มฐานคำนวณยืนยันว่าเพื่อความมั่นคงของผู้ประกันตน เพราะเงินที่เพิ่มขึ้นก็ไปเพิ่มในสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของเงินออมและเงินชดเชยการขาดรายได้

      นายโกวิทกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “สำหรับการคืนสิทธิเป็นครั้งที่ 3 คาดว่าจะออกเป็น พ.ร.บ.ได้ภายใน 6 เดือน เพราะมีไม่กี่มาตรา ขอย้ำว่าครั้งนี้จะเป็นการคืนสิทธิครั้งสุดท้าย มิเช่นนั้นจะมีการขอคืนสิทธิไม่หยุดหย่อน ในการปรับฐานเงินเดือนและการคืนสิทธิครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ มีเงินออมเพิ่มขึ้น เงินชดเชยการขาดรายได้ก็เพิ่มขึ้นด้วย”

      แม้จะมีการปรับเงินสมทบสูงขึ้น ก็ขอให้เข้าใจว่าเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคม เพราะอย่างไรเสียเงินที่เราส่งทุกเดือนก็ไม่ได้หายไปไหน หากอยู่ในกองทุนเพื่อให้เราได้ใช้ในยามเกษียนและในกรณีฉุกเฉินนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.ryt9.com/

Post a Comment