► 5 ไอเดียลดหย่อนภาษีที่ได้ประโยชน์ 2 ต่อ - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► 5 ไอเดียลดหย่อนภาษีที่ได้ประโยชน์ 2 ต่อ

 

      อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู้ศักราชใหม่แล้ว คุณผู้อ่านมีการเตรียมตัวสำหรับเริ่มต้นปีใหม่แล้วหรือยัง? หากยังไม่มีไอเดียว่าจะเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆอย่างไรดีในปี 2560 จะกำลังจะมาถึง เราขอแนะนำให้เริ่มจากเรื่องง่ายๆที่เกี่ยวข้องกับตัวท่านเองโดยตรงอย่างการวางแผนลดหย่อนภาษี

การวางแผนลดหย่อนภาษีที่คุ้มค่านั้นจะต้องเกิดประโยชน์อย่างน้อย 2 ต่อ คือ 1.ช่วยลดภาระการจ่ายภาษีแก่ตัวเราเอง 2.สามารถเพิ่มพูนเงินในกระเป๋าของเราได้ด้วย ฟังเหมือนจะมีแต่ได้กับได้แบบนี้จะทำได้จริงเหรอ? ขอบอกว่าสามารถทำได้หากมีการวางแผนที่ดี ดังตัวอย่างต่อไปนี้

1. ลงทุนใน LTF

สำหรับผู้ที่ไม่รู้จัก LTF หรือ Long Term Equity Fund เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้นระยะยาว โดยทางกรมสรรพากรอนุญาตให้เราซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน LTF ที่มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเป็นผู้บริหาร พอสิ้นปีสามารถนำมาใช้หักลดภาษีได้ แต่จะใช้สิทธิหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

2. ลงทุนใน RMF

RTF หรือ Retirement Mutual Fund เป็นกองทุนคล้ายกับ LTF เมื่อสิ้นปีมาถึง กรมสรรพากรก็จะให้เรานำเงินที่ลงทุนใน RMF ทั้งปีมาใช้คำนวณหักลดภาษีได้ แต่จะใช้สิทธิหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้ต่อปี และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปีเหมือนกับ LTF นอกจากนี้การลงทุนใน RMF สามารถเลือกให้ธนาคารสามารถหักจากบัญชีของเราทุกเดือนได้เลย

3. เข้าเป็นสมาชิก “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”

คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น  เงินของกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสะสม” และนายจ้างจ่ายเงินเข้าอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสมทบ” เรียกง่ายๆคือเป็นรูปแบบหนึ่งของการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง ซึ่งแนะนำว่าลูกจ้างทุกคนควรสมัครจะเข้าร่วมเป็นอย่างยิ่งเพราะถือเป็นการออมก่อนใช้ที่ดีมากทางหนึ่งเลย เพราะนอกจากจะได้ออมเงินจากของเราเองและรับจากนายจ้างแล้ว เมื่อเราหักเงินสะสมเข้ากองทุนฯ 3-15 % ของเงินเดือน กรมสรรพากรให้เรานำยอดเงินในส่วนนี้ไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้มากถึง 300,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว

4. ทำ “กรมธรรม์ประกันชีวิต” 

การทำประกันชีวิตเพื่อหวังลดหย่อนภาษี ก็สามารถทำได้แต่ต้องศึกษาถึงความคุ้มค่าในเงื่อนไขประกันที่เราจะได้รับด้วย โดยกรมสรรพากรก็ให้สิทธิเรานำเบี้ยประกันชีวิตมาคำนวณลดหย่อนภาษีตามที่จ่ายเงินซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิต ได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

5. เป็นลูกกตัญญูอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่

เพียงทำหน้าที่เป็นลูกกตัญญูก็ได้รับอานิสงส์ในการลดหย่อนภาษีแล้ว โดยสรรพากรกำหนดให้การอุปการะเลี้ยงดูบิดา-มารดา ที่ไม่มีเงินได้และมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป สามารถลดหย่อนภาษีได้ท่านละ 30,000 บาท เมื่อนำสิทธิการเลี้ยง บิดาและมารดา มารวมกันเราสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ 60,000 บาทต่อปี โดยบิดา มารดา จะต้องออกหนังสือรับรองด้วยว่าเราเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงไอเดียเล็กน้อยๆที่อาจจะปูทางให้คุณมีไอเดียบรรเจิดกว่านี้ก็เป็นได้ สำหรับกรณีลดหย่อนภาษี ซึ่งสามาถนำไปปรับใช้ได้เลยตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป

ขอบคุณข้อมูลจาก http://bit.ly/2goxzNB

Post a Comment