Blog

► สาธารณสุขหนุนคนไทยปั๊มลูกเพื่อชาติ! หลังพบอัตราการเกิดต่ำ!

 

      การที่ประชากรลดลงไม่ใช่เรื่องตลก หากแต่เป็นปัญหาร้ายแรงระดับชาติ เพราะระยะหลังมานี้คนไทยนิยมลูกกันน้อยลง ทำให้อัตราการเกิดต่ำจนเท่ากับอัตราการตาย ซึ่งมีผลเสียแน่นอนต่ออนาคตในระยะยาว เพราะเมื่อประชากรลดลงก็เท่ากับขาดกำลังในการขับเคลื่อนประเทศ อีกทั้งคุณภาพพลเมืองก็อาจลดลงตามมาด้วย รัฐบาลเล็งเห็นถึงปัญหานี้จึงประกาศนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนที่มีความพร้อม มีลูกเพื่อช่วยชาติ 

      กระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวจัดทำนโยบายยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมีชื่อโครงการ “ส่งเสริมสาวไทยแก้มแดง มีลูกเพื่อชาติ ด้วยวิตามินแสนวิเศษ“ โดยได้ออกความเห็นว่าขณะนี้ผู้หญิงไทยแต่งงานน้อยลงหรือช้าลง และนิยมอยู่เป็นโสดมากขึ้น เนื่องจากมีการศึกษาที่สูงขึ้น ทำให้อัตราการเพิ่มประชากรไทยลดลงจากร้อยละ 2.7 ในปี 2513 ลดลงเหลือ ร้อยละ 0.4 ในปี 2558 ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการใด ๆ ภายใน 10 ปี อัตราการเพิ่มประชากรไทยจะเท่ากับร้อยละ 0.0 คือ อัตราการเกิดเท่ากับอัตราการตาย คือไม่มีจำนวนประชากรเพิ่ม เนื่องจากอัตราการเกิดน้อย

นโยบายส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ จะเน้นใน 3 เรื่องคือ

1.การเพิ่มจำนวนการเกิด เพื่อทดแทนจำนวนประชากร โดยส่งเสริมการเกิดในหญิงอายุ 20-34 ปี ที่มีความพร้อมและตั้งใจที่จะมีครรภ์

2.การเกิดทุกรายมีความพร้อม มีการวางแผน และได้รับความช่วยเหลือในการมีบุตร

3.ทารกเกิดมาอย่างแข็งแรง พร้อมเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยส่งเสริมให้ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ได้รับการดูแลหลังคลอดที่ดี

      ทั้งนี้จะมีการดำเนินงานที่สำคัญควบคู่กันไปด้วย เช่น พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพตั้งแต่ระยะก่อนสมรส ก่อนมีบุตร ตั้งครรภ์ และ หลังคลอด จัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนไทยมีลูก ปรับปรุงแก้ไขสิทธิลาคลอดเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตร มาตรการทางภาษีช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลบุตร เป็นต้น  

      อีกทั้งจัดกิจกรรมเสริมธาตุเหล็กและโฟลิกหรือวิตามินแสนวิเศษให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ อายุ 20-34 ปีทุกคนที่พร้อมหรือตั้งใจวางแผนที่จะมีลูก ซึ่งช่วงวัยดังกล่าวราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ฯ ระบุว่า เป็นเวลาทองของการมีลูก และช่วงเวลาทองของเวลาทองคือช่วงอายุ 24-29 ปี

      นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า โครงการดังกล่าวในช่วงแรก อภ.ได้ส่งมอบยาให้แก่ สธ.มูลค่า 1 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นให้หญิงวัยเจริญพันธุ์และเด็กเข้าถึงวิตามินดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งยาจะมี 3 รายการคือ ยาน้ำแขวนตะกอนธาตุเหล็กสำหรับเด็ก กินสัปดาห์ละครั้งป้องกันภาวะโลหิตจางในกลุ่มเด็กปฐมวัย ยาเม็ดวิตามินรวมเหล็ก ไอโอดีน และโฟลิก กินทุกวันตลอดการตั้งครรภ์ และยาเม็ดวิตามินรวมเหล็กและโฟลิก สำหรับหญิงวัยเจริญพันธุ์

      นพ.วชิระ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังออกมาให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทานวิตามินว่า “แนะนำให้กินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่างน้อย 3 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ จะช่วยลดภาวะพิการแต่กำเนิดของทารกลงได้ ซึ่งในวันที่ 14 ก.พ. 2560 หรือวันวาเลนไทน์ ที่จะมีคู่รักมาจดทะเบียนสมรสในวันนี้จำนวนมาก จะมีการแจกกล่องวิตามินแสนวิเศษ “สาวไทยแก้มแดงพัฒนาสมองและการเรียนรู้ด้วยเหล็กและโฟลิก อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่วางแผนจะมีบุตรสามารถขอรับวิตามินดังกล่าวได้ที่สถานพยาบาลสังกัด สธ.ทั่วประเทศ เนื่องจากเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอยู่แล้ว ถือเป็นการส่งเสริมคนที่พร้อมให้มีลูกเพื่อชาติ “

     เมื่อรู้แบบนี้แล้วใครที่วางแผนจะมีลูกอยู่ก่อนแล้วก็ไปรับวิตามินมาบำรุงกันได้เลย เพื่อลดโอกาสเสี่ยงพิการและยังเป็นการสนับสนุนนโยบายดีๆแบบนี้ด้วย แต่สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องรีบสนับสนุนนโยบายนี้กันนะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.pandank.com

Post a Comment