► สิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิตกับสภากาชาด


 

      การบริจาคโลหิต ถือได้ว่าเป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง เพราะได้ต่อชีวิตให้กับเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียเลือดมาก ซึ่งในละปีมีผู้ป่วยจำนวนมากทั่วประเทศต้องการเลือดที่ตรงกับกรุ๊ปของตน ดังนั้นสภากาชาดจึงต้องการโลหิตอย่างไม่จำกัดจำนวน ใครที่อยากทำบุญด้วยการให้ทาน แนะนำให้ทำโดยการบริจาคโลหิต จะได้กุศลเป็นอย่างมาก  

นอกจากนี้ ผู้บริจาคโลหิตยังได้รับสิทธิพิเศษจากสภากาชาด สำหรับผู้ที่บริจาคตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป แต่ต้องเป็นผู้ที่ไม่มีสิทธิการรักษาพยาบาลอื่นใด เช่น ประกันสังคม หรือข้าราชการ และเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลสังกัดสภากาชาดไทย ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา เท่านั้น โดยจะได้รับสิทธิตามเกณฑ์ดังนี้

1. ผู้บริจาคโลหิต 7 ครั้งขึ้นไป เสียค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนด

2.ผู้บริจาคโลหิต 24 ครั้งขึ้นไป ได้รับการยกเว้นเฉพาะค่ารักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยสามัญ ถ้าอยู่ห้องพิเศษ ผ่าตัด  ผ่าตัดคลอดบุตร จะเสียเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนด

3.ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ข. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 18 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และถ้าอยู่ห้องพิเศษ ได้รับความช่วยเหลือค่าห้องและค่าอาหารเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้

4.ผู้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป อาศัยอำนาจจากกระทรวงสาธารณสุข ตามความในประเภท ค. ที่มีหนังสือรับรองจากสภากาชาดไทยว่าได้บริจาคโลหิตตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป ได้รับการช่วยเหลือเฉพาะค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษไม่เกินสิทธิอันพึงเบิกได้จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน ส่วนที่เกินสิทธิให้เรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ ได้รับความช่วยเหลือเพียงร้อยละ 50 ของอัตราที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ใครที่เข้าเกณฑ์สามารถรับสิทธิดังกล่าวได้และต้องการรับสิทธิ ให้ญาตินำบัตรประจำตัวของผู้บริจาคโลหิต ไปขอหนังสือรับรองผู้บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ เพื่อนำไปลดหย่อนการรักษาพยาบาล  สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0 2263 9600 ต่อ 1813

เรียกได้ว่านอกจากได้บุญแล้วยังได้สิทธิพิเศษสำหรับคนใจบุญอีกด้วย แต่หากใครไม่สามารถรับสิทธินี้ได้ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะอย่างน้อยเราได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ผู้ตกทุกข์ได้ยากคนหนึ่ง ซึ่งไม่แน่ว่าผลบุญอาจส่งผลให้เราเจริญยิ่งๆขึ้นไปก็เป็นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.mthai.com

Uncategorized @th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *