► 6 ที่เที่ยวแห่งใหม่ ที่น่าบุกไปเยือน - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► 6 ที่เที่ยวแห่งใหม่ ที่น่าบุกไปเยือน

 

      ช่วงหลังมานี้การท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอีกหนึ่งกระแสที่ได้รับความนิยมไม่เบา จากการมาของสื่อโซเชียลฯ ที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้แชร์ประสบการณ์น่าประทับหรืออวดรูปภาพสุดคูลลงบนสื่อต่างๆ คนไทยจึงแสวงหาแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามไม่ซ้ำใครมาแข่งขันประชันกัน แต่ต่อให้เป็นการแข่งขันหรือไม่ การท่องเที่ยวในประเทศก็ล้วนส่งผลดีต่อประเทศชาติ เพราะเงินจะได้หมุนเวียนภายในชาติไม่รั่วไหล สำหรับวันนี้หากใครยังไม่มีไอเดียจะไปท่องเที่ยวที่ไหน แอดมินมี 6 ที่เที่ยวแห่งใหม่ ที่น่าบุกไปเยือน 

“เกาะรอก”

“หาดทรายขาว ทะเลสวย น้ำใส” ถือเป็นจุดขายของภาคใต้ไทย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่คนไทยเรารู้ดี เกาะรอก จ.กระบี่ เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ตรงคอนเซปต์ดังกล่าว แม้บางคนจะไม่เคยได้ยินชื่อเกาะรอกเลยก็ไม่แปลกเพราะที่นี่เพิ่งจะบูมเมื่อไม่นานมานี้เอง จากเหตุการณ์ปิดเกาะตาชัยแบบไร้กำหนดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติบนเกาะ ทำให้ทำให้นักท่องเที่ยวหันมาสนใจเกาะอื่นๆในหมู่เกาะลันตา และแน่นอนว่า “เกาะรอก” ก็เป็นหนึ่งในนั้น

“ภูบ่อบิด”

หากกำลังมองหาสถานที่ชมทะเลหมอกที่ยังคงความงามตามธรรมชาติอยู่อย่างครบถ้วนและมีนักท่องเที่ยวน้อย “ภูบ่อบิด” หรือ “วนอุทยานภูบ่อบิด” จ.เลย คือหนทางที่คุณต้องไป ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเลราว 500-600 เมตร จะทำให้คุณพบทะเลหมอกที่สวยงาม กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาในตอนเช้า ทั้งยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมอีกด้วย

“ยอดดอยทูเล”

            ใครที่กำลังมองหาทริปเดินป่าแบบเอ็กซ์ตรีม มันส์ๆ ลุยๆ ไร้ซึ่งความสะดวกสบายใดๆ ขอแนะนำ“ยอดดอยทูเล” จ.ตาก ยอดเขาที่สุดที่สุดในจ.ตาก โดยสูงจากระดับน้ำทะเล 1,350 เมตร และการจะขึ้นดอยต้องเดินเท้าไปเท่านั้น ซึ่งหลายคนบอกว่าใช้เวลาถึงราว 6 ชั่วโมง! แต่หากได้พิชิตยอดดอยสุดโหดนี้แล้วก็นับว่าคุ้มค่า เพราะสิ่งที่รออยู่คือธรรมชาติอันงดงามทั้งกลางวันกลางคืน เรียกว่ามีครบทั้งทะเลหมอก ทะเลดาว วิวขุนเขาอันกว้างใหญ่ ทุ่งหญ้าสีสันงดงามตามธรรมชาติ ยังไม่นับนกและสัตว์ป่านานาชนิดที่รอให้คุณไปเยี่ยมพวกมันอีกนะ

“กัลปพฤกษ์เรืองแสง”

มาเที่ยววัดก็สามารถเซลฟี่ได้ไม่แพ้ทะเลหรือภูเขา แถมสำหรับวัดนี้จะช่วยให้คุณได้รูปเซลฟี่ที่มีแบล็คกราวต่างจากเดิมอีกด้วย  “วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว” จ.อุบลราชธานี เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มองเห็นอุโบสถสีทองอร่ามเด่นชัดมาแต่ไกล ทั่วทั้งวัดตกแต่งโดยจำลองสภาพแวดล้อมของป่าหิมพานต์ ไฮไลท์คือพระอุโบสถกลางที่มีการใช้ไฟเรื่องแสงตกแต่งเป็นรูปต้นกัลปพฤกษ์อยู่ด้านหน้าทางเข้า เมื่อเวลากลางคืนจะส่องแสงสวยงามมากราวกับอยู่ในป่าหิมพานต์เลยทีเดียว 

“สะพานไม้โขกู้โส่”

ปาย ยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังชนิดที่ไม่ยอมตกกระป๋องเลยจริงๆ ล่าสุดก็พบสถานที่เที่ยวแห่งใหม่จากปาย คือ “สะพานไม้โขกู้โส่”  ซึ่งสร้างทอดยาวผ่านกลางท้องนา ด้วยความยาว 1.80 เมตร
สะพานนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านที่นำมาถวายวัด เพื่อใช้เป็นเส้นทางเชื่อมต่อกับพุทธอุทยานห้วยคายคีรี โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 3 เดือน จึงแล้วเสร็จเกิดเป็นสะพานบุญโขกู้โส่อันงดงาม

“หินสามวาฬ”

หน้าผาหินชันที่มักจะโผล่มาให้เห็นในฉากบู๊ตามภาพยนตร์ โดยเฉพาะเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่น ตัวเอกถูกคนร้ายไล่ฆ่าจนมุมที่หน้าผาสูงชัน และมีการต่อสู้กันระห่ำ ใครจะรู้ว่าที่ไทยเราเองก็มีหน้าผาแบบนั้นด้วย แถมสวยไม่แพ้กัน นั่นคือ “หินสามวาฬ” เป็น 1 ใน 10 จุดชมวิวของ ภูสิงห์ จ.บึงกาฬ ซึ่งหินสามวาฬจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นตรงที่มีโขดหินทรายแดงขนาดใหญ่ 3 ลูก ตั้งตระหง่านและยื่นออกมา มีลักษณะคล้ายกับตัวปลาวาฬ 3 ตัว อยู่เรียงกัน จนกลายเป็นชื่อ “หินสามวาฬ”   

      และนี่ก็คือสถานที่เที่ยวใหม่ ไอเดียแนวที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์แปลกใหม่ไม่รู้ลืม แถมได้ถ่ายภาพเซลฟี่กลับไปอวดเพื่อนฝูงได้อย่างเก๋ไม่ซ้ำใครแน่นอน ว่าแล้วสุดสัปดาห์นี้ก็เก็บกระเป๋าออกไปเที่ยวกันเลยเถอะ

Post a Comment