► เราจัดเป็นผู้ประกันตนประเภทใด และได้รับสิทธิประโยชน์ใดบ้าง? - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► เราจัดเป็นผู้ประกันตนประเภทใด และได้รับสิทธิประโยชน์ใดบ้าง?

 

      เราทุกคนที่ผ่านการทำงานในบริษัทต่างรู้จักและคุ้นเคยกับประกันสังคมเป็นอย่างดี เพราะเป็นกองทุนที่ต้องจ่ายเข้าทุกเดือน เพื่อใช้เป็นทุนในออมและรับสวัสดิการต่างๆที่ภาครัฐมอบให้ แต่รู้ไหมว่าในกองทุนประกันสังคมก็ยังแบ่งประเภทของผู้ประกันตนไว้ 3 ประเภทตามลักษณะการทำงาน ซึ่งจะได้รับสิทธิแตกต่างกันออกไป ที่ผ่านมาคุณรู้ไหมตนเองเข้าข่ายผู้ประกันตนประเภทใด และได้รับสิทธิใดบ้าง วันนี้แอดจะมาบอกให้รู้เอง

กองทุนประกันสังคม มีผู้ประกันตนทั้งหมด 3 ประเภท ดังนี้

  1. มาตรา 33 พนักงานบริษัทที่มีรายได้ประจำ ได้รับความคุ้มครอง 7 กรณี
  2. มาตรา 39 เคยเป็นพนักงานแต่ลาออก ได้รับความคุ้มครอง 6 กรณี
  3. มาตรา 40 อาชีพอิสระ/แรงงานนอกระบบ ได้รับความคุ้มครอง 3 หรือ 4 กรณี

         สำหรับสิทธิประโยชน์และคุณสมบัติของผู้ประกันตนทั้ง 3 ประเภท มีดังต่อไปนี้

มาตรา 33 : ได้รับกรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร,ชราภาพ และว่างงาน

จัดเป็นผู้ประกันตนภาคบังคับ ผู้ประกันตนในกลุ่มนี้ คือ พนักงานบริษัทเอกชนทั่วไป ซึ่งมีสถานะเป็นลูกจ้างที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป อายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี และไม่เกิน 60 ปี โดยต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุน คิดเป็นสัดส่วนดังนี้ ลูกจ้าง 5%  + นายจ้าง 5% + รัฐบาล 2.75% ของฐานเงินค่าจ้าง ขั้นต่ำตั้งแต่ 1,650 บาท แต่ไม่เกิน 15,000 บาท สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) จะได้รับความคุ้มครอง มีดังนี้ กรณีเจ็บป่วย / อุบัติเหตุ กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน

มาตรา 39 : ได้รับกรณีเจ็บป่วย/อุบัติเหตุ, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร และชราภาพ

            จัดเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจ ผู้ประกันตนตามมาตรานี้ คือ บุคคลที่เคยทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนในมาตรา 33 มาก่อนแล้วลาออก แต่ต้องการรักษาสิทธิประกันสังคมไว้ จึงสมัครเข้าใช้สิทธิประกันสังคมในมาตรา 39 แทน การสมัครประกันสังคมในกลุ่มนี้ มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 เดือน และลาออกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน อีกทั้งต้องไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนต้องส่งเงินเข้ากองทุน 432  บาทต่อเดือน และรัฐบาลจะช่วยสมทบอีก 120 บาทต่อเดือน ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 จะได้รับความคุ้มครอง ดังนี้ กรณีเจ็บป่วย / อุบัติเหตุ กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ

 มาตรา 40 : ได้รับความคุ้มครอง 3 กรณี และ 4 กรณี

         จัดเป็นผู้ประกันตนภาคสมัครใจ ผู้ประกันตนในมาตรา 40 นี้ คือ บุคคลที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนตามมาตรา 33 และไม่เคยสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39 ผู้ที่จะสมัครประกันสังคมในมาตรา 40 ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 60 ปี ผู้สมัครสามารถเลือกสิทธิประโยชน์ได้ ซึ่งมีให้เลือก 2 ชุด

  • ความคุ้มครอง 3 กรณี – จ่าย 100 บาท ต่อเดือน (จ่ายเอง 70 บาท รัฐบาลสมทบ 30 บาท) ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง คือ กรณีเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ และกรณีเสียชีวิต
  • ความคุ้มครอง 4 กรณี – จ่าย 150 บาท ต่อเดือน (จ่ายเอง 100 บาท รัฐบาลสมทบ 50 บาท) ผู้ประกันตนจะได้รับความคุ้มครอง คือ กรณีเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต และกรณีชราภาพ

ทีนี้ใครที่เป็นผู้ประกันตนที่ตรงกับประเภทใด ก็คงเข้าใจสิทธิประโยชน์ของตนมากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามหากใครมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิของผู้ประตนตามประเภทต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506  

 

ขอบคุณข้อมูลจาก  www.jobsdb.com/

Post a Comment