► “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ทำอะไรได้บ้าง? - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ทำอะไรได้บ้าง?

 

สามารถใช้งานได้อย่างเป็นทางการแล้วสำหรับบัตรคนจน หรือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลจัดทำเพื่อช่วยเหลือคนจนด้านค่าครองชีพ โดยผู้ผ่านเกณฑ์รับบัตรสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วัน 1 ต.ค. เป็นต้นไป หลายคนอาจสงสัยว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถนำไปลดค่าใช้จ่ายด้านใดได้บ้าง? วันนี้แอดหาคำตอบมาให้แล้ว

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้แบ่งประเภทบัตรตามรายได้ของผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อปี

จะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวน 300 บาทต่อเดือน รวมทั้งค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน,ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน,ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

2.กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท ต่อปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

จะได้รับเงินอุดหนุนเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวน 200 บาทต่อเดือน รวมทั้งค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่ารถเมล์และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อคนต่อเดือน,ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อคนต่อเดือน,ค่ารถไฟ 500 บาทต่อคนต่อเดือน

จึงอาจกล่าวได้ว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีลักษณะคล้ายบัตรเครดิต หรือบัตร ATM Debit Card เพราะสามารถนำไปรูดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ เฉพาะที่ “ร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ” ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น โดยการชำระเงินก็ง่ายมาก เพียงแค่รูดบัตรจ่ายเงินผ่านเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เครื่อง EDC ภายในร้าน ก็จะได้ใบเสร็จเป็นแสดงยอดที่ใช้จ่ายไปและยอดคงเหลือในบัตร แต่ถ้าสินค้าที่ซื้อมีราคาเกินกว่าเงินที่อยู่ในบัตร ก็สามารถเติมเงินเข้าไปในบัตรได้ผ่านบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Money ของธนาคารกรุงไทยได้ ซึ่งนอกจากจะเติมเงินเข้าไปในบัตรได้ แล้วยังสามารถใช้บัตรทำธุรกรรมฝาก ถอน โอน ผ่านตู้ ATM / ADM ของธนาคารกรุงไทยได้อีกด้วย

เรียกได้ว่าความสามารถของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเกือบจะมีใกล้เคียง ATM เลยทีเดียว แต่ไม่สามารถกดเงินได้ และไม่สามารถโอนเงินที่ได้รับจากการการอุดหนุนของโครงการเข้าบัญชีอื่นได้ นอกจากนี้หากเงินอุดหนุนใช้ไม่หมดเงินก็จะถูกตัดทันทีไม่สามารถเก็บสะสมเพื่อนำไปทบยอดในเดือนหน้าได้

สำหรับสิ้นค้าที่สามารถซื้อได้มีแบ่งเป็น 3 หมวดใหญ่ ดังนี้

  1. สินค้าอุปโภค บริโภค เช่น หมวดอาหารสด,หมวดอาหารและเครื่องดื่ม,หมวดของใช้ประจำวัน,หมวดยารักษาโรค
  2. สินค้าเพื่อการศึกษา เช่น เครื่องแต่งกายและอุปกรณ์การเรียน
  3. สินค้าเพื่อเกษตรกรรม เช่น ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยอินทรีย์และเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ

ขณะที่สวัสดิการช่วยเหลือค่ารถโดยสารต่างๆ เช่น รถเมล์,รถไฟฟ้า,รถไฟ,และรถร่วม บขส. บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แบ่งเป็น 2 แบบ ดังนี้

  1. บัตร EMV + ตั๋วร่วม (แมงมุม) สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนในเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และ สมุทรสาคร โดยบัตรนี้ ไว้ใช้กับระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร
  2. บัตร EMV สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนในจังหวัดอื่นๆ (นอกเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ นครปฐม และ สมุทรสาคร) สำหรับบัตรนี้ จะไม่สามารถใช้กับระบบขนส่งมวลชนทั้งหมดในกรุงเทพมหานคร.

โดยรถโดยสารที่ร่วมโครงการจะทำการติดตั้งอุปกรณ์ อี-ทิกเก็ต เพื่อใช้สำหรับคิดเงินค่าโดยสารจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพียงแค่แตะเบาๆก็สามารถจ่ายค่าโดยสารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับประชาชนที่ไม่มีบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ขสมก. ได้ติดตั้ง ตู้รับเหรียญอัตโนมัติ หรือ แคชบ็อกซ์ ใช้จ่ายเงินสดได้ตามปกติ แต่เครื่องดังกล่าวจะรับได้แค่เหรียญเท่านั้น

เรียกได้ว่าเป็นข่าวดีสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่จะมีช่องทางลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากขึ้น อีกทั้งรัฐยังมีมาตรการป้องกันผู้แอบอ้างสิทธิได้ดีในระดับหนึ่ง สำหรับใครที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ สามารถค้นหาข้อมูลได้ที่ www.ktb.co.th

ขอบคุณข้อมูลจาก www.sanook.com

Post a Comment