► เพราะอะไรรัฐบาลจ่ายเงินสมทบไม่เท่านายจ้างและลูกจ้าง?


 

เงินสมทบ คือ เงินที่นายจ้างและลูกจ้าง ส่งจ่ายทุกเดือนเพื่อประกันตนและรับสวัสดิการต่างๆในกองทุนประกันสังคม ซึ่งความจริงแล้วรัฐบาลได้การมีจ่ายเงินสมทบให้ผู้ประกันตนทั่วประเทศเสริมด้วย เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วนได้อย่างคุ้มค่า  โดยเฉพาะสิทธิในการรักษาพยาบาล

แต่บางครั้งผู้ประกันตนอาจสงสัยว่าในบางสิทธิประโยชน์ เช่น กรณีว่างงาน ทำไมจึงไม่ได้รับเงินสมทบจากภาครัฐ รัฐบาลส่งเงินสมทบไม่เท่านายจ้างและลูกจ้างหรืออย่างไร ? วันนี้แอดมินจะมาชี้แจงกรณีดังกล่าวให้กระจ่าง

  1. ตามข้อกำหนดมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม รัฐบาลไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินสมทบในกรณีว่างงานเท่านายจ้าง และลูกจ้าง
  2. รัฐบาลมีภาระที่จะต้องสนับสนุนการดำเนินงานประกันสังคม กรณีว่างงานอยู่แล้ว โดยสนับสนุนงบประมาณแผ่นดินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ด้านวัสดุครุภัณฑ์ประกอบกับคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงแรงงาน ให้ข้อสังเกตในการกำหนดให้ค่าบริหารจัดหางาน และค่าพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของกองทุนประกันสังคมกรณีว่างงาน ว่าอาจจะเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน ทำให้ไม่สามารถกำหนดค่าใช้จ่ายสำหรับบริการทั้ง 2 ส่วนไว้ในกฎกระทรวงได้
  3. ส่วนกรณีที่เกรงว่าจะไม่สามารถควบคุมการให้บริการด้านจัดหางาน และพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงานที่จะต้องควบคุมคุณภาพให้บริการเป็นไปตามนโยบายการฝึกอาชีพและการจัดหางานที่สอดคล้องและตอบสนองกับความต้องการของผู้ประกันตน
  4. ตามข้อกำหนดของมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคมในกรณีที่เงินกองทุนไม่พอจ่าย รัฐบาลมีหน้าที่จ่ายเงินอุดหนุน หรือเงินทดรองราชการให้ตามความจำเป็น
  5. กรณีกองทุนไม่มีค่าใช้จ่ายในการบริการจัดหางาน และพัฒนาฝีมือแรงงาน จะทำให้ค่าใช้จ่ายกองทุนลดลง และจากการประมาณการกองทุนพบว่ากรณีจัดเก็บเงินสมทบจากนายจ้างและลูกจ้างในอัตราฝ่ายละ 5 % และรัฐบาล 0.25% กองทุนยังคงมีความมั่นคงโดยไม่ต้องลดประโยชน์ทดแทน และสามารถจ่ายประโยชน์ทดแทนให้แก่ผู้ถูกเลิกจ้างได้ในอัตรา 50 % ไม่เกิน 180 วัน และผู้ลาออกในอัตรา 30 % ไม่เกิน 90 วัน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้อาจเป็นข้อกฎหมายที่อ่านแล้วงงเข้าใจยาก แอดมินจึงขอสรุปให้อีกครั้งว่าเงินสมทบดังกล่าวได้มีการกำหนดขอบเขตการใช้จ่ายอย่างเป็นระเบียบแบบแผนมานานแล้ว กรณีใดที่ไม่เข้าข่ายได้รับเงินสมทบ ก็เพราะเป็นไปตามระเบียบการ มิใช่การกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด เพราะฉะนั้นเราทุกคนจึงควร ศึกษาและทำความเข้าใจจุดนี้ให้ถี่ถ้วน

ขอบคุณข้อมูลจาก www.jobsdb.com

Uncategorized @th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *