► 2 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► 2 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดหย่อนภาษี

 

แม้การเสียภาษีจะเป็นหน้าที่ที่พลเมืองดีพึงกระทำ แต่ก็เข้าใจว่าทุกคนก็ย่อมมีความรู้สึกหวงแหนเงินทองที่หามาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตนเองบ้างเล็กน้อยเป็นธรรมดา ซึ่งทางการเองก็เข้าใจจุดนี้ดี จึงเปิดโอกาสให้มีช่องทางลดหย่อนภาษีได้หลายช่องทาง แต่ขั้นตอนการคำนวณลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องซับซ้อน จึงทำให้หลายคนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและนำสู่การปฏิบัติตามเงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีอย่างผิดๆ

วันนี้แอดมินจึงได้นำ 2 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการลดความหย่อนภาษี ที่ประชาชนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดกัน มาอธิบายแจกแจงให้ได้เข้าใจกันใหม่

  1. ความเข้าใจเรื่องวิธีคำนวณภาษีที่ถูกต้อง

อันดับแรกขอทวนให้ทราบถึงหลักเกณฑ์การเสียภาษีตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ มีดังนี้

  • รายได้ 1 ถึง150,000              ได้รับการยกเว้น  ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย 0 บาท
  • รายได้ 150,001 ถึง300,000    เสียภาษี   5%   ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย 7,500 บาท
  • รายได้ 300,001 ถึง500,000    เสียภาษี   10% ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย 20,000 บาท
  • รายได้ 500,001 ถึง750,000    เสียภาษี   15%  ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย 37,500 บาท
  • รายได้ 750,001 ถึง1,000,000  เสียภาษี   20% ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย 50,000 บาท
  • รายได้ 1,000,000 ถึง2,000,001 เสียภาษี 25% ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย 250,000 บาท
  • รายได้ 2,000,001 ถึง5,000,000 เสียภาษี 30% ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย 900,000 บาท
  • รายได้ 5,000,001 บาทขึ้นไป เสียภาษี 35% ภาษีเต็มขั้นที่ต้องจ่าย ขึ้นกับเงินได้สุทธิ

ต่อมาเพื่อทำความเข้าใจได้อย่างสะดวก แอดขอยกตัวอย่างสถานการณ์สมมติ มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อน้องเฟิร์น มีอาชีพพริตตี้ รายได้สุทธิตลอดปีหลังหักค่าลดหย่อน 800,000 บาท ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษี 20% น้องเฟิร์นอาจเข้าใจว่าตนต้องจ่ายมากถึง 160,000 บาท (800,0000 x 20 /2) ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดใหญ่หลวง

ต่อไปนี้คือวิธีการคิดภาษีที่ถูกต้อง

ให้กลับไปดูที่เกณฑ์การเสียภาษีขั้นต่างๆจะพบว่าน้องเฟิร์นจะต้องเสียภาษีตั้งแต่ขั้นที่ 1 – 5 และแต่ละขั้น อัตราภาษีก็ต่างกัน โดยจะต้องเสียภาษีดังนี้

ขั้นที่ 1 ได้รับยกเว้น => เสียภาษี 0 บาท

ขั้นที่ 2 4 เสียเต็มขั้น => เสียภาษี 7,500 + 20,000 + 37,500 = 65,000 บาท

ขั้นที่ 5 ไม่เต็มขั้น (นำเงินได้ส่วนที่เหลือ 50,000 บาท มาคิดภาษี) => 50,000 x 20% = 10,000 บาท

ดังนั้นน้องเฟิร์นภาษีที่น้องเฟิร์นต้องเสียเสีย รู้จะได้โดยนำเงินที่เสียเต็มขั้นมาบวกกับเสียไม่เต็มขั้น

65,000 + 10,000 = 75,000 บาท

2. เข้าวิธีหักลดหย่อนภาษีผิด

จะเห็นได้ว่าทุกสิ้นปีเมื่อรัฐบาลประกาศเปิดโอกาสให้ประชาชนซื้อสินค้าและบริการภายในประเทศ เพื่อสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ ก็จะมีประชาชนจำนวนมากแห่ไปจับจ่ายซื้อของเพื่อหวังจะนำมาหักภาษี โดยเข้าใจผิดว่าสามารถลดหย่อนได้ตามเท่าที่จ่ายเลย เช่น น้องเฟิร์นไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคา 10,000 บาท ด้วยความเข้าใจว่าจะสามารถนำมาหักลดภาษีได้มากถึง 10,000 บาท ได้ประโยชน์ 2 ต่อทั้งได้กระเป๋าไว้ใช้และได้ลดหย่อนภาษีอีกด้วย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แต่นี่เป็นความเชื่อที่ผิด

เพราะความจริงแล้วการหักลดหย่อนภาษี คือ การเอารายจ่ายรายการที่ได้ลดหย่อนไปหักจากเงินได้พึงประเมิน ไม่ได้หักจากภาษีที่ต้องเสีย จริง ๆ ตามสมการนี้

ภาษีที่ต้องจ่าย = (เงินได้ – ค่าลดหย่อน) x อัตราภาษี (คิดเป็นขั้นบันไดตามข้อ 1)

ดังนั้น หากน้องเฟิร์นจะนำราคากระเป๋ามาหัก ก็ต้อนดูฐานภาษีก่อนว่าอยู่ตรงไหน จะลดหย่อนได้กี่บาท เช่น กรณีน้องเฟิร์นต้องเสียภาษี 20% จะสามารถหักลดหย่อนได้แค่ 2,000 บาทเท่านั้น ไม่ได้หักเต็มจำนวน 10,000 บาท

และนี้ก็คือ 2 ความเข้าใจผิดที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยในการคำนวณลดหย่อนภาษี หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้เสียภาษีทุกคนนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.ej-fin.com

Post a Comment