► ทำความรู้จักกองทุน LTF และ RMF - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

กองทุน-ltf-rmf

► ทำความรู้จักกองทุน LTF และ RMF

 

      หลายคนคงจะเคยได้ยินชื่อกองทุน LTF และ RMF ซึ่งนับเป็นหุ้นชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์อย่างมากในการเป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษี นอกจากนี้ยังถือเป็นการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามเราทุกคนรู้ดีว่าทุกการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง ดังนั้นแม้จะเป็นกองทุนยอดฮิตอย่าง LTF/RMF ก็ย่อมต้องมีการศึกษาเงื่อนไขและรายละเอียดต่างๆก่อนตัดสินใจลงทุน เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะสามารถยอมรับความเสี่ยงชนิดนี้ได้ ดังนั้นวันนี้แอดมินจึงขออาสาสรุปความรู้เกี่ยวกับกองทุน LTF และ RMF ให้ได้ทราบกันอีกครั้ง

LTF ย่อมาจากคำว่า “Long Term Equity Fund” หรือ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก และเหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการลงทุนในหุ้นระยะยาว แต่อาจไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้น หรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิด

RMF ย่อมาจากคำว่า “Retirement Mutual Fund” หรือ “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” เป็นกองทุนรวมประเภทส่งเสริมให้เกิดการออมเงินระยะยาวไว้สำหรับใช้จ่ายยามเกษียณอายุ และ มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย เพื่อรองรับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ตามช่วงอายุของผู้ลงทุนตั้งแต่ความเสี่ยงต่ำถึงความเสี่ยงสูง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2558 กรมสรรพากรได้มีการปรับเกณฑ์การลงทุนใน LTF/RMF เกี่ยวกับเงินได้ที่จะนำมาคำนวณเป็นฐานในการซื้อ LTF/RMF เพื่อลดหย่อนภาษี โดยได้กำหนดไว้ว่าเป็น “เงินได้พึงประเมินที่ได้รับซึ่งต้องเสียภาษีเงินได้ในปีนั้น” ซึ่งจากเดิม กำหนดไว้ว่าเป็น “เงินได้พึงประเมิน” โดยมีผลบังคับใช้ในปีภาษี 2558 เป็นต้นไป

แม้การเปลี่ยนแปลงจะผ่านมา 2 ปีแล้ว แต่หลายคนก็ยังข้องใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ว่า 2 คำนี้แตกต่างกันอย่างไร และจะส่งผลกระทบอะไรกับการลงทุนหรือไม่?

คำตอบคือ มีผลกระทบในการเลือกซื้อกองทุน เพราะรายได้ที่จะนำมารวมคำนวณเพื่อซื้อ LTF/RMF จะต้องเป็นรายได้ที่เสียภาษีเท่านั้น ซึ่งต่างจากเดิมที่สามารถนำรายได้ที่แสดงในแบบ ภ.ง.ด.ทั้งหมด ทั้งรายได้ที่เสียภาษีและไม่เสียภาษี มาเป็นฐานเพื่อซื้อ LTF/RMF ได้เลย ทั้งนี้ขออธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายได้ 2 ประเภทดังกล่าว

  1. รายได้ที่ต้องเสียภาษีเช่น เงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส รวมทั้ง รายได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น หมอ นักบัญชี นักกฎหมาย สถาปนิก วิศวกร เป็นต้น
  2. รายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งตามเกณฑ์ใหม่ไม่สามารถนำมารวมเป็นฐานในการคำนวณซื้อ LTF/RMF ได้ เช่น เงินรางวัลจากการถูกสลากกินแบ่งรัฐบาล กำไรจากการขาย LTF ที่ขายคืนแบบถูกเงื่อนไข เงินที่ได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป และเป็นสมาชิกกองทุนฯ มาแล้วอย่างน้อย 5 ปีต่อเนื่องกัน เป็นต้น

 

โดยรายละเอียดและเงื่อนไขของ LTF/RMF ตามเงื่อนไขใหม่ปี 2558 มีดังต่อไปนี้

LTF ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การลงทุนอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ เพิ่มเติมจากคำว่า “เงินได้” เป็นคำว่า “ผู้มีเงินได้สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี เป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท”  อีกทั้ง ล่าสุดคณะรัฐมนตรีได้ขยายระยะเวลาการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา สำหรับการซื้อ LTF ที่จากเดิมกำหนดสิ้นสุดการลดหย่อนในปี 59 ให้ขยายเวลาออกไปอีก 3 ปี  และได้ปรับเงื่อนไขการถือครองหน่วยลงทุนเพิ่มเป็น 7 ปี ปฎิทิน จึงจะสามารถขายได้

RMF ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การลงทุนเช่นกัน โดยเพิ่มเติมจากคำว่า “เงินได้” เป็นคำว่า “ผู้มีเงินได้สามารถซื้อหน่วยลงทุนได้สูงสุด 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ต้องเสียภาษี เป็นจำนวนเงินสูงสุดถึง 500,000 บาท” (รวมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กบข., และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน)

โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องซื้อติดต่อกันทุกปี นอกจากนั้นยังต้องถือไว้เกินกว่า 5 ปี และมีอายุเกิน 55 ปี ถึงจะสามารถขายได้

ทั้งนี้ทั้งกองทุน LTF/RMF หากกรณีผิดเงื่อนไขจะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับการยกเว้นทั้งหมดและต้องนำกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุนไปรวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีด้วย

และนี่ก็เป็นความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกองทุน  LTF และ RMF ให้พวกเราได้ทำความเข้าใจและเลือกชนิดที่เหมาะสมกับตนเอง แต่หากใครยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกองทุน สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.set.or.th

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.mthailand.com

Post a Comment