► ไขกระจ่าง!วิธีการตรวจสอบภาษียุค Thailand 4.0 - Tigersoft1998 | #1 โปรแกรมบริหารงานบุคคล โปรแกรมเงินเดือน โปรแกรม Payroll

Blog

► ไขกระจ่าง!วิธีการตรวจสอบภาษียุค Thailand 4.0

 

สำหรับผู้ที่มีหน้าที่ต้องดูแลเกี่ยวกับด้านภาษีภายในกิจการ หรือผู้ทำกิจการส่วนตัว มีสิ่งที่ต้องอัพเดทอยู่เป็นประจำนั่นคือ ความรู้ด้านกฎหมายสรรพากร โดยเฉพาะในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนกฎหมายบ่อยอย่างปัจจุบันนี้

อย่างที่ทราบกันดีว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาภาครัฐมีการปรับเปลี่ยนระบบการเงินในประเทศไทยเป็นการใหญ่ เพื่อปูทางเข้าสู่ระบบ E-Payment หรือ “สังคมไร้เงินสด” ที่มาพร้อมระบบ พร้อมเพย์ (Promptpay) และ QR Code ซึ่งจะทำให้คนไทยใช้จ่ายผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ผลดีคือรัฐสามารถตรวจสอบภาษีได้ง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมา แต่การปรับเปลี่ยนดังกล่าวย่อมส่งผลต่อการตรวจสอบภาษีให้แตกต่างไปจากเดิม แต่จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง วันนี้แอดมินจะมาชี้แจงให้ได้ทราบเพื่อเตรียมตัวกันต่อไป

จากนี้ไปกรมสรรพากรจะใช้เครื่องมือวิเคราะห์ที่เรียกว่า RBA หรือ Risk Base Audit System เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลที่รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลภายนอกและภายในกรมสรรพากร รวมถึงการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ และมีการใช้เกณฑ์คัดเลือกให้คะแนนความเสี่ยงประมาณ 132 เกณฑ์ ซึ่งจะมีการปรับปรุงเพิ่มเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 นี้เป็นต้นไป

โดย “เกณฑ์ต่างๆ” จะมาจากการวิเคราะห์ข้อมูลงบการเงิน แบบแสดงรายการภาษี อัตราส่วนทางการเงินและ ค่ามาตรฐานต่างๆในประเทศไทย เช่น GDP หรือค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงเกณฑ์ที่มีความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันอย่างการเลือกใช้ผู้สอบบัญชีและผู้ทำบัญชีที่ได้มาตรฐาน ก็เป็นหนึ่งในการพิจารณาเช่นเดียวกัน

สำหรับวิธีการตรวจสอบเองนั้นจะมีหลากหลายแนวทาง ทั้งการตรวจแนะนำด้านภาษี การเตือนให้ยื่นแบบ การวิเคราะห์และการตรวจสอบแบบแสดงรายการภาษี การตรวจปฏิบัติการ และการออกหมายเรียก ซึ่งลำดับความรุนแรงและการเลือกใช้นั้นจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีและความเหมาะสมของเครื่องมือต่างๆร่วมกันกับการพิจารณาของทางเจ้าหน้าที่

โดยการตรวจสอบแต่ละประเภทนั้น จะมีความหมายดังต่อไปนี้

  1. การตรวจแนะนำด้านภาษีอากร

เป็นการตรวจสอบเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาษี และการดำเนินงานต่างๆที่ถูกต้อง เพื่อให้คนเสียภาษีรู้ว่าสรรพากรมีประเด็นไหน หรือมีความเสี่ยงอะไรในการประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทางภาษีบ้าง

  1. การเตือนหรือ การส่งจดหมายเตือน

จะเจอเมื่อพบว่าผู้เสียภาษีไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามเวลา เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยจะเลือกใช้กับธุรกิจที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือธุรกิจเฉพาะเท่านั้น

  1. การวิเคราะห์และตรวจสอบแบบแสดงรายการภาษี

ตรงนี้จะเป็นการตรวจหรือการแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่ผิดพลาด หรือเรียกง่ายๆคือการยื่นภาษีผิดนั่นเอง หรือกลุ่มที่ขอคืนภาษี ก็จะถูกตรวจสอบและวิเคราะห์ตามขั้นตอนในส่วนนี้เช่นกัน

  1. การตรวจปฏิบัติการ

เป็นการตรวจสอบในกรณีที่เกี่ยวข้องกับภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ เช่น ตรวจคืน สอบยันใบกำกับภาษี หรือว่าจะมีตรวจสอบสต็อกสินค้าคงเหลือว่าถูกต้องหรือไม่ หรือข้อมูลการยื่นภาษีต่างๆที่ผิดพลาดในส่วนนี้ ก็ยังมีโอกาสโดนตรวจสอบเช่นกัน

  1. การออกหมายเรียก

ข้อนี้ไม่ใช่ใครจะเจอได้ง่ายๆหากไม่ได้ทำความผิดจริง เพราะว่ามันคือระดับสุดท้ายของการตรวจสอบภาษี โดยผู้ถูกตรวจสอบจะต้อง แสดงรายการเสียทุกประเภทภาษีตามที่กฎหมายบัญญัติ ผู้ที่เจอข้อนี้ส่วนใหญ่จะชัดเจนว่าเข้าข่ายในเรื่องของพฤติกรรมหลีกเลี่ยงภาษีแน่นอน

เป็นอันกระจ่างแล้วใช่ไหมคะสำหรับข้อสงสัยในด้านการตรวจสอบภาษีของเจ้าหน้าที่รัฐ จะเห็นได้ว่าหากเราทำมาหากินด้วยความสุจริต เสียภาษีทุกขั้นตามกระบวนการ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว แต่กลับกันหากมีพฤติกรรมไม่ซื่อ พยายามหลีกเลี่ยงภาษี ก็ย่อมต้องได้รับกรรมการกฎหมายไม่ช้าก็เร็วอย่างแน่นอน

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www. tax.bugnoms.com

Post a Comment