คำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหา Office syndrome

Office syndrome

เชื่อว่าคนที่ทำงานทุกคนจะต้องเคยเผชิญกับอาการ Office syndrome มาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต นั่นก็เพราะว่าธรรมชาติของร่างกายมนุษย์ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่ออยู่กับที่ใดที่หนึ่งเป็นเวลานาน และการที่เรานั่งทำงานหลายชั่วโมงก็นับเป็นการฝืนธรรมชาติ จึงเป็นผลลัพธ์ให้เกิด Office syndrome นั่นเอง แต่ใช่ว่าคนทำงานออฟฟิศต้องก้มหน้ารับชะตากรรมนี้ไปทั้งชาติ เพราะยังมีทางหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการอยู่บ้าง ใครอยากรู้ตามมาได้เลย

ทางป้องกันที่ดีที่สุดไม่ให้เกิด Office syndrome ก็คือการจัดวางท่านั่งให้ถูกต้องกับสรีระของคนเรา เรียกว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็ไม่ผิดนัก และนี่ก็คือข้อแนะนำในการจัดวางท่านั่งเพื่อป้องกันอาการ Office syndrome

      1) ปรับระดับโต๊ะ เก้าอี้ ให้พอดีกับสรีระของเรา หากโต๊ะสูงหรือต่ำเกินไปจะทำให้ปวดไหล่ และอาจจะตามมาด้วยกล้ามเนื้อไหล่อักเสบได้

      2) สำหรับเก้าอี้ควรมีที่พักแขน เพื่อป้องกันไม่ให้แขนห้อย จะทำให้มีอาการปวดไหล่ตามมา

      3) ตำแหน่งวางจอคอมพิวเตอร์ ต้องพอดีกับระดับสายตา สังเกตได้จากการที่เราไม่ต้องก้มหรือเงยหน้าเพื่อมองจอ ต้องอยู่ในจุดพอดีสายตา เพื่อป้องกันตาลายและปัญหาทางสายตาอื่นๆ

      4) เมาส์ ควรจะมีที่รองฝ่ามือ เพื่อไม่ให้ข้อมือล้า อาจมองหาอุปกรณ์รองมือแบบสำเร็จ หรือนำของใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ฟองน้ำหรือผ้าหนาๆ มาประยุกต์ใช้งานก็ได้

       5) ท่านั่งต้องหลังตรง เท้าห้ามลอยจากพื้น เข่าตั้งตรง 90 องศา เพราะหากนั่งในท่าที่ทำให้หลังงอจะทำให้มีอาการปวดหลังได้

นอกจากการจัดวางท่านั่งให้เหมาะสมแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์สำนักงานที่เหมาะสมและได้คุณภาพก็มีส่วนช่วยป้องกันอาการ Office syndrome ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เก้าอี้ที่มีเบาะนุ่มสบาย ปรับระดับได้ หรือจอคอมพิวเตอร์ที่ความสว่างไม่มากหรือน้อยเกินไปสำหรับสายตาเรา เป็นต้น

แต่อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ในสำนักงานถือเป็นปัจจัยภายนอกที่บางครั้งเราก็เลือกไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ทางออฟฟิศจัดหาให้ ซึ่งหากเราไม่สามารถปรับเปลี่ยนตรงนี้ได้ก็ยังมีทางแก้ไขอีกทางคือหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยป้องกันเกิดอาการ Office syndrome ได้เช่นกัน สำหรับการออกกำลังกายที่ช่วยรักษา Office syndrome ก็อย่าง เช่น โยคะ วิ่ง ว่ายน้ำ หรือ เวทเทรนนิ่ง เป็นต้น

และนี่ก็คือคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้ที่กำลังมีปัญหา  Office syndrome หรือผู้ที่กังวลว่าจะเกิดอาการนี้ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กันได้ตามความเหมาะสม แต่หากใครได้ทำตามแล้วก็ยังไม่หาย คงมีอาการเรื้อรัง แอดมินขอแนะนำให้พบแพทย์นะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก www.siamebook.com

HR NEWS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *