Blog

ผู้หนีภาษี

รับโอนบ่อยระวัง! รัฐเตรียมออกกฎหมายตรวจสอบข้อมูลธนาคาร หวังควบคุมผู้หนีภาษี

ใครที่ติดตามข่าวเป็นประจำคงทราบดีว่าหลายเดือนที่ผ่านมารัฐบาลมีความตั้งใจและพยายามที่จะควบคุมผู้ที่พยายามหลีกหนีภาษีให้อยู่ในกรอบ และต้องจ่ายภาษีให้ครบตามระเบียบกติกาบ้านเมือง เห็นได้ชัดจากผู้ที่ทำกิจการส่วนตัวอย่าง ค้าขายสินค้าออนไลน์จะได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีล่าสุดที่มีการเตรียมร่างพรบ.ฉบับใหม่ที่กำหนดให้ธนาคารต้องส่งข้อมูลการโอนเงินให้รัฐบาลตรวจสอบได้ ซึ่งหากร่างพรบ.ดังกล่าวมติผ่านร่าง จะต้องมีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆด้วย เพราะเงื่อนไขในการถูกตรวจข้อมูลเป็นเงื่อนไขที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกอาชีพ รายละเอียดประเด็นนี้เป็นอย่างไรนั้นวันนี้เรามาไขข้อข้องใจกัน

ทั้งนี้กฎหมายเจ้าปัญหาดังกล่าว อยู่ในร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มประมวลรัษฎากร ซึ่งมีการเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับวิธีการนำส่งเงินภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม, วิธีนําส่งเงินภาษี และยังได้เพิ่มเติมบทบัญญัติให้การยื่นรายการหรือเอกสารเกี่ยวกับภาษีอากรสามารถกระทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกําหนด ซึ่งต้องสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดข้อข้องใจและการถกเถียงในวงกว้างคือประเด็นในมาตราที่ ๓

มาตรา ๓ สตตรัส เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร ให้บุคคลดังต่อไปนี้มีหน้าที่รายงานข้อมูลของบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะพิเศษในปีที่ล่วงมาที่อยู่ในการครอบครองให้กรมสรรพากรภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงิน หรือสถาบันการเงิน จะต้องส่งข้อมูลธุรกรรมเหล่านี้ให้กรมสรรพากร ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้

1.     ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปี

2.     ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีตั้งแต่ 200 ครั้งต่อปี แต่มียอดรวมธุรกรรมที่โอนเข้ามาเกิน 2 ล้านบาท

กล่าวโดยสรุปคือใครที่เข้าข่ายตรงกับคุณสมบัติ 1 ใน 2 ข้อนี้มีสิทธิถูกตรวจสอบเงินจากภาครัฐได้ทุกคน ซึ่งหากจะว่ากันตามจริงกลุ่มคนชั้นกลางทุกคนส่วนใหญ่ก็มักจะได้รับบัญชีเงินฝากเกินกว่าจำนวน 3,000 บาท ต่อปีอยู่แล้ว จึงตรงกับคุณสมบัติข้อ 1อย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องรอลุ้นกันว่าข้อกฎหมายดังกล่าวจะผ่านมติหรือไม่ ซึ่งหากผ่านเราก็คงต้องหาทางปรับตัวกันต่อไป

อย่างไรก็ตามกรมสรรพากรได้เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายดังกล่าว โดยสามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มประมวลรัษฎากร” ในประเด็นดังที่ให้ธนาคารส่งข้อมูลบัญชีเพื่อตรวจสอบภาษีได้ในเว็บไซต์กรรมสรรพากร http://www.rd.go.th/publish/27837.0.html ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2561 ถึงวันที่ 15 เมษายน 2561 ดังนั้นหากใครที่มีความเห็นด้วย หรือไม่เห็นอย่างไร สามารถเข้าไปแสดงจุดยืนนั้นได้ในเว็บไซต์ดังกล่าว

            มองในอีกแง่หนึ่งถึงแม้ร่างกฎหมายดังกล่าวจะสร้างความวุ่นวายให้แก่บุคคลชั้นกลางหลายๆคน แต่หากมีการนำมาใช้จริงก็จะสามารถตรวจจับบุคคลที่พยายามหลีกเลี่ยงภาษีได้อยู่หมัด และบีบให้บุคคลเหล่านั้นยินยอมจ่ายภาษีเผื่อนำเงินมาพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก www.manager.co.th

Post a Comment