7 นิสัยเสียจากโลกออนไลน์ที่ควรเลิก!

7 นิสัยเสียจากโลกออนไลน์ที่ควรเลิก

คนในยุคปัจจุบันนี้อาศัยอยู่บนโลก 2 ใบ 1 คือโลกจริงที่เราอาศัยอยู่ 2 คือโลกออนไลน์ที่อยู่บนสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์คบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งต้องแทบจะบอกได้เลยว่าไม่มีคนรุ่นใหม่คนใดไม่มีบัญชีโซเชียล เพราะอย่างน้อยก็ต้องมีบัญชี Facebook หรือ Line สัก 1 บัญชีเพื่อติดต่อเพื่อนฝูงหรือติดต่องาน
อย่างไรก็ตามมีคนจำนวนไม่น้อยใช้เวลาอยู่กับสื่อโซเชียลมากเกินพอดี จนทำให้เกิดอาการเสพติดสื่อโซเชียล และบ่มเพาะนิสัยเสียโดยไม่ตัว และนิสัยเสียเหล่านั้นก็ส่งผลอันตรายกับตัวเองด้วย วันนี้เรามาเช็คกันว่ามีนิสัยเสียใดบ้างที่เกิดจากโลกออนไลน์ ที่ควรยับยั้งก่อนที่จะสายเกินไป

1.หลงตัวเอง

สื่อโซเชียลยอดนิยมต่างๆไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line, IG, Twitter ฯลฯ ล้วนสามารถโพสต์รูปได้ทั้งสิ้น และฟีเจอร์นี้ก็ทำให้กลายเป็นคนขี้โม้ ขี้คุย ขี้อวดไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนใหญ่มักโพสต์รูปตัวเอง หรือรถคันใหม่ บ้านหลังใหม่ สถานที่เที่ยวที่ได้ไป ข้าวของที่เพิ่งช็อปมา ตลอดจนอาหารที่กำลังจะทานก็สามารถนำมาอวดเพื่อนๆได้ โดยยอดไลค์รูปและคอมเม้นท์จะเป็นตัววัดเรตติ้งผู้โพสต์ ยิ่งมีคนกดไลค์และคอมเม้นท์มากขึ้นผู้โพสต์ก็ยิ่งเกิดความภูมิใจและมีความสุขที่มีคนสนใจมาก และในที่สุดก็จะยึดติดอยู่กับความสุขจอมปลอมในโลกออนไลน์เหล่านั้นจนลืมตัวตนที่แท้จริง ผลคือคนเหล่านั้นจะไม่มีความสุขบนโลกความจริงเลย

2. ขี้อิจฉา

สืบเนื่องจากข้อ 1 ที่คนมักโพสต์แต่เรื่องดีๆที่น่าอวด เพื่อเรียกยอดไลค์และคอมเม้นท์ให้ตนเอง ในทางกลับกันคนที่มองเห็นโพสต์เหล่านั้นบ่อยๆมากเข้าก็จะเกิดความรู้สึกอิจฉาและนำตัวเองไปเปรียบเทียบว่าทำไมชีวิตตนเองไม่ดี ไม่สบายเหมือนอย่างเขาบ้าง หรือหน้าตาไม่ดีเท่าคนนั้นคนนี้ ความคิดเช่นนี้มีแต่จะทำให้ชีวิตหดหู่ ควรเลิกนิสัยอิจฉาคนอื่นในสื่อโซเชียล เพราะสิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่ความจริงหรือจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

3. มองโลกในแง่ร้าย

ไม่ใช่แค่เรื่องดีๆเท่านั้นที่คนชอบโพสต์ลงโซเชียล แต่เรื่องร้ายๆ เช่น ข่าวอาชญากรรมและภันสังคมก็ได้ถูกเผยแพร่อย่างเป็นที่นิยมมากขึ้น ดังนั้นคนที่เสพข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก จึงมักเห็นเรื่องปัญหาสังคมต่างๆ ถูกหยิบขยายความ ตีความ ส่งต่อแพร่หลายกระจายวงกว้าง พวกเขาจึงรู้สึกว่า “โลกช่างโหดร้าย” และมีลักษณะไม่ไว้วางใจผู้คนเรื่องต่างๆมากขึ้น ทางแก้คือควรอยู่ในสติให้มากขึ้น และใช้วิจารณญาณทุกครั้งที่รับข่าวสารจากสื่อโซเชียล

4. สอดรู้สอดเห็น

เฟซบุ๊คเอื้อโอกาสให้เราสามารถสอดส่องดูชีวิตของเพื่อนเราได้อย่างไร้ขอบเขตเวลาและสถานที่ แม้จะมีระบบติดตั้งความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวแล้ว แต่ผู้คนจำนวนมากก็หลงลืมการสร้างเขตแดนจำกัดพื้นที่ชีวิตของตน หลายคนถูกเฝ้าดูหรือติดตามอย่างใกล้ชิดจากเพื่อน หรือคนแปลกหน้าที่สนใจชีวิตดีๆตามที่ถูกบอกเล่า โดยที่คนเหล่านั้นลืมไปว่าทุกคนย่อมมีสิทธิส่วนบุคคล ไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นดารา หรือเน็ตไอด้อลก็ตาม และเมื่อคนที่ถูกคุกคามทนไม่ได้ก็จะเกิดปัญหาตามมา เช่นอาจมีการทะเลาะกันในสื่อโซเชียล หรืออาจถึงขั้นแจ้งความเป็นคดีกันเลยทีเดียว

5. เป็นกันเองมากเกินไป

เป็นเรื่องดีที่สื่อออนไลน์ช่วยให้คนเราติดต่อกันง่ายขึ้นและใกล้ชิดขึ้น ทั้งกับเพื่อนที่รู้จักกันดีอยู่แล้วและเพื่อนใหม่ที่พบเจอในเพจต่างๆ ซึ่งในความจริงเป็นคนที่เราไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้าเลย แต่หลายคนก็สื่อสารกันด้วยภาษาเป็นกันเอง ไปจนถึงการใช้คำหยาบคาย ตรงนี้หลายคนคงลืมไปว่าคนเรามีหลายประเภท บางคนอาจรับคำหยาบคายได้ แต่บางคนรับไม่ได้ ก็จะทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันไปเปล่าๆ หรือข้อเสียอีกอย่างของการเป็นกันเองมากเกินไปคือ จะกลายกับดักของอาชญากรออนไลน์ ที่จะเข้ามาสร้างความไว้วางใจจากบทสนทนาที่ดูเป็นกันเอง ก่อนจะเริ่มต้มตุ๋มเหยื่อด้วยแผนการอันล้ำลึก

6. ระบายความทุกข์

เราจะได้เห็นคนบางกลุ่มนิยมระบายความทุกข์ลงบนหน้าเพจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นคำพูด รูปภาพ หรือคลิปวีดิโอก็ตาม เพราะมันอาจเป็นช่องทางที่ดีที่สุดในการเรื่องระบายความรู้สึกของพวกเขา และแม้ว่า
ความรู้สึกผิดหวังเสียใจนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่รู้ไหมว่าหากแสดงออกมากเกินไปก็จะทำให้คนอื่นมองคุณในแง่ลบ และพากันเบื่อหน่ายหรือรังเกียจคุณไปเลยก็ได้ แทนที่จะเข้าใจและช่วยรักษาคุณ ทางที่ดีคือโพสต์ได้แต่อย่าบ่อยเกินไป และหาที่ปรึกษาในโลกความจริงจะดีกว่า

7. หลงใหลในชีวิตคนอื่น

จะเห็นว่ามีเน็ตไอด้อลเกิดขึ้นมากมายจากสื่อโซเชียล ซึ่งมาจากพฤติกรรมการโพสต์อวดของเขาเหล่านั้นเอง หลายคนติดตามเน็ตไอด้อลด้วยความชื่นชอบ ไม่ว่าด้วยเหตุผลทางรูปร่างหน้าตา ความสามารถ หรือฐานะก็ตาม ผู้ติดตามมักจะแยกแยะไม่ออกระหว่างชีวิตจริงกับโลกออนไลน์ โดยพวกเขาจะรู้สึกยึดติดกับชีวิตของคนอื่นมากขึ้น และในที่สุดก็จะยึดเอาชีวิตของคนที่ชื่นชอบเป็นแนวทาง และเริ่มสนใจชีวิตตนเองน้อยลง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับตัวเองเลย ทางที่ถูกคือติดตามพวกเขาเหล่านั้นได้หากถูกใจ แต่ไม่ควรหมกหมุ่นมากจนเกินไป เพราะอย่างไรความจริงบุคคลเหล่านั้นก็เป็นแค่คนอื่นที่เราอาจไม่มีวันได้เห็นเลยด้วยซ้ำ

และนี่ก็คือ 7 นิสัยเสียจากโลกออนไลน์ที่ควรเลิก เช็คดูแล้วหรือยังว่ามีข้อใดบ้างที่คุณกำลังเป็นอยู่ แต่หากใครพบว่าไม่มีข้อใดที่ตรงกับตัวเองเลยก็ขอแสดงความชื่นชม เพราะคุณคือผู้ที่เสพสื่อโซเชียลอย่างมีสติและปฏิบัติตนได้ถูกต้องที่สุดแล้ว แต่หากมีใครพบว่าตรงเป็นบางข้อก็พยามหาทางเลิกนิสัยเสียเหล่านั้นซะนะคะ เพื่อผลดีกับตัวคุณเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก www.108health.com/

HR NEWS

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *