Blog

แจกวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี

แจกวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ฟรี! ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.- 31 ส.ค. 2561 สปสช.เผย 7 กลุ่มเสี่ยงควรรับ

ด้วยมลพิษของเมืองใหญ่ในทุกวันนี้ทำให้คนกลายเป็นไข้หวัดใหญ่กันง่ายขึ้น และที่น่ากลัวคือไวรัสชนิดนี้มักจะแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วทำให้ติดโรคกันได้ง่าย อีกทั้งเมื่อเป็นโรคนี้ผู้ป่วยก็จะมีอาการต่างๆที่ทำให้ไม่สะดวกในการดำเนินชีวิตได้ตามปกติ แต่โชคดีที่ปัจจุบันมีการคิดค้นวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้สำเร็จ ดังนั้นใครที่ไม่ต้องการป่วยด้วยโรคนี้สามารถเข้ารับวัคซีนได้ตามโรงพยาบาลทั่วไป และข่าวดียิ่งกว่านั้นคือ! ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2561 ถึงวันที่ 31 ส.ค. 2561 คุณสามารถรับวัคซีนได้ฟรีที่โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ!

โดยเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ออกมาเผยว่า สำนักงาน สปสช.ได้จัดเตรียมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฤดูกาลใหม่ 3.5 ล้านโดส เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและลดความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ ในปี 2561 โดยเป็นการร่วมมือกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยบริการ เพื่อฉีดให้กับประชาชนทุกสิทธิที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติกำหนด
ซึ่งประชาชนทั้ง 7 กลุ่มเสี่ยง สามารถเข้ารับวัคซีนได้ที่หน่วยบริการรัฐและเอกชน ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 หรือจนกว่าวัคซีนจะหมด

โดยประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงที่ควรรับวัคซีน ตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติกำหนดมีดังนี้

1. หญิงมีครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
2. เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ขวบ
3. ผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัว ได้แก่ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หัวใจ หืด ไตวาย หลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างการได้รับเคมีบำบัด และเบาหวาน
4. ผู้สูงอายุที่อายุ 65 ปีขึ้นไป
5. ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
6. โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ
7. โรคอ้วน หรือผู้ที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 100 กิโลกรัม หรือดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร (>100 กก./ BMI>35 kg/m²)
ทั้งนี้ เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า วัคซีนที่เตรียมฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงฤดูกาลใหม่นี้ เป็นวัคซีนเชื้อตายที่ได้ผลดี ไม่มีปัญหากลายพันธุ์และมีความปลอดภัย ใช้ในประเทศไทยมากว่า 10 ปีแล้ว ทั้งคุ้มค่ากว่าวัคซีน 4 สายพันธุ์ ที่เพิ่งมีการให้บริการฉีดในภาคเอกชน โดยเพิ่มสายพันธุ์ชนิด B/วิคตอเรีย ซึ่งองค์การอนามัยโลกระบุว่าพบน้อยที่สุด มีความชุกเพียงร้อยละ 5 ดังนั้นในด้านประสิทธิภาพความครอบคลุมระหว่างวัคซีน 3 สายพันธุ์ และ 4 สายพันธุ์ ทางการแพทย์ถือว่ามีความใกล้เคียง ไม่จำเป็นต้องใช้วัคซีน 4 สายพันธุ์ ที่มีราคาสูงกว่า 2-3 เท่า

อย่างไรก็ตาม การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ วัคซีนมีผลช่วยป้องกันได้ร้อยละ 60-70 ดังนั้นการดูแลตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงหรือป้องกันตนเองจากการสัมผัสผู้ที่ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ การทำร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพและล้างมือให้สะอาด ยังเป็นมาตรการที่จำเป็นทั้งกับกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป
เมื่อรู้แบบนี้แล้วใครที่สนใจก็สามารถไปรับวัคซีนได้ที่โรงพยาบาลตามวันและเวลาดังกล่าว แต่หลังจากรับมาแล้วก็ต้องดูแลร่างกายตัวเองกันต่อด้วยนะ

Post a Comment