4 วิธีแลกนามบัตรที่ถูกต้องของ 4 ประเทศ


4 วิธีแลกนามบัตรที่ถูกต้องของ 4 ประเทศ

นามบัตร” ถือเป็นหน้าเป็นตาของบริษัท เพราะเป็นความประทับใจแรกเมื่อได้พบกับลูกค้า นักธุรกิจ หรือคู่เจรจาทางธุรกิจ เป็นต้น โดยสิ่งเหล่านี้นับว่าเป็นก้าวแรกของการได้รู้จักหรือพบปะพูดคุย ที่สร้างโอกาสในการต่อยอดทางธุรกิจได้ ฉะนั้นจึงควรเตรียมนามบัตรติดตัวไว้เสมอ

                แต่หลาย ๆ ธุรกิจก็จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนนามบัตรกับธุรกิจข้ามชาติ ซึ่งในแต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมในการแลกเปลี่ยนนามบัตร บางสิ่งก็ควรทำและบางสิ่งก็ไม่ควรกระทำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่าวัฒนธรรมของแต่ละประเทศนั้นเป็นอย่างไร เพื่อความเหมาะสมและดูเป็นมืออาชีพ ด้วย 4 วัฒนธรรมของการแลกนามบัตร ดังนี้

  1. ญี่ปุ่น

                สำหรับประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างจะให้ความสำคัญต่อการแลกนามบัตร เพราะมองว่าสิ่งนี้เป็นเหมือนพิธีศักสิทธิ์ หากทำผิดพลาดก็ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรง ดังนั้นจึงควรปฏิบัติเช่นนี้

  • นามบัตรควรใส่ในกระเป๋าหนังสีสุภาพ ไม่ควรใส่กล่องเหล็กหรือพลาสติก
  • เตรียมนามบัตรให้ตรงกับจำนวนของอีกฝ่าย
  • ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะแลกนามบัตร หากมีโต๊ะหรือสิ่งกั้นระหว่างกัน ห้ามยื่นให้เด็ดขาด แต่จะต้องเดินอ้อมไปยืนแลก
  • ผู้ที่มีตำแหน่งหรือความเป็นอาวุโสน้อยกว่า จะต้องเป็นฝ่ายยื่นให้ก่อน และจะต้องยื่นด้วยสองมือให้นามบัตรหันออกจากตัวเอง เพื่อให้อีกฝ่ายเห็นนามบัตรเราได้ ทั้งยังต้องก้มโค้งอย่างสุภาพอีกด้วย
  • การรับนามบัตรจากอีกฝ่ายจะต้องรับด้วยสองมือ ระวังอย่าให้นิ้วมือของเราไปบังรูปหรือตัวหนังสือบนนามบัตร พร้อมอ่านชื่อเต็มและตำแหน่งเพื่อความชัดเจน
  • หากอยู่ในห้องประชุมคนเดียว เมื่อได้รับนามบัตรมาจะต้องวางไว้บนกระเป๋าที่อยู่บนโต๊ะ ห้ามวางลงบนโต๊ะโดยตรงเด็ดขาด ที่สำคัญห้ามเก็บก่อนที่จะประชุมหรือเจรจา ต้องรอให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นเสียก่อน แล้วค่อยเก็บนามบัตรใส่ในกระเป๋านามบัตรตนเอง นอกจากนี้ยังห้ามขีดหรือเขียนสิ่งใดลงบนนามบัตรอีกด้วย
  • ควรเตรียมนามบัตรให้เพียงพอ เพราะสมาชิกในที่ประชุมมักนิยมแลกนามบัตรกันและกันจนครบทุกคน

2. จีน

     เคร่งครัดเรื่องการแลกนามบัตรพอสมควร แต่ไม่มากเท่าญี่ปุ่น

  • เช่นเดียวกับญี่ปุ่น คือ รับนามบัตรจากอีกฝ่ายจะต้องรับด้วยสองมือ ระวังอย่าให้นิ้วมือของเราไปบังรูปหรือตัวหนังสือบนนามบัตร พร้อมอ่านชื่อเต็มและตำแหน่งเพื่อความชัดเจน
  • ในนามบัตรควรมีภาษาจีน ไม่ว่าจะเป็น ไทย – จีน หรือ จีน – อังกฤษ
  • เวลาแลกนามบัตรควรหันด้านที่เป็นภาษาจีนให้อีกฝ่าย และจะต้องใช้ภาษาจีนให้เหมาะสม เช่นการใช้อักษรจีนย่อสำหรับชาวจีนแผ่นดินใหญ่และสิงคโปร์ เป็นต้น
  • นามบัตรที่ไม่มีภาษาจีน ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างรุนแรง
  • ตามธรรมเนียมของจีน เราจะต้องเป็นฝ่ายทักทายและแลกนามบัตรกับผู้อาวุโส
  • บางแห่งอาจมีการปรบมือต้อนรับ เราควรยิ้มและปรับมือเพื่อให้เกียรติต่อพวกเขา

3. อเมริกัน

                ประเทศนี้จะไม่ตึงเครียดเท่ากับญี่ปุ่นและจีน แต่ก็สามารถนำวัฒนธรรมของทั้งสองมาปรับใช้ได้เช่นกัน เพราะการสุภาพเข้าไว้ ยังไงก็ดีกว่า

  • ทักทายด้วยการจับมือเสียก่อน แต่ต้องจับด้วยน้ำหนักที่เหมาะสม
  • หลังรับนามบัตรมาแล้ว ห้ามเก็บในทันที แต่จะต้องพิจารณานามบัตรของอีกฝ่ายก่อน เพื่อให้เขารู้สึกได้รับความใส่ใจ
  • อเมริกาสามารถขีดเขียนลงบนนามบัตรได้ แต่จีนและญี่ปุ่นห้ามขีดเขียนโดยเด็ดขาด
  • ธรรมเนียมของอเมริกาจะไม่แลกนามบัตรกับคนจำนวนมาก ไม่เหมือยกับจีนและญี่ปุ่น ที่จะต้องแลกกับทุกคนที่อยู่ในห้องประชุม


    4. ไทย

4. ไทย

วัฒนธรรมสุดท้ายก็คือประเทศไทย ที่ไม่มีพิธีรีตองในแบบตายตัว แต่ขอให้อยู่ในขอบเขตของความสุภาพและเหมาะสม

  • ทักทายด้วยการยกมือไหว้ก่อนแลกนามบัตร
  • สามารถนำวัฒนธรรมของทั้ง 3 ประเทศมาปรับใช้ได้ เพราะชาวไทยก็คุ้นเคยกับธรรมเนียมเหล่านั้น แต่สำหรับธรรมเนียมอเมริกาก็อาจใช้ไม่ได้ หากเจอลูกค้าชาวไทยที่เคร่งเรื่องมารยาท

และนี่ก็คือธรรมเนียมและวัฒนธรรมของการแลกเปลี่ยนนามบัตร ที่หลายคนอาจมองข้ามไป แต่นั่นคือสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงควรรู้เอาไว้เพื่อปรับใช้กับงานในองค์กรของคุณ เพื่อโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้น และต้องนึกไว้เสมอว่าการสุภาพที่อาจดูว่ามากเกินไป ยังไงก็ย่อมดีกว่าการเสียมารยาทหรือการผิดธรรมเนียม

ขอบคุณข้อมูลจาก : HRcenter

สาระน่ารู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *