ติดตาม TIGERSOFT ผ่านช่องทางต่างๆ
เม.ย. 26, 2023

หาคำตอบ มนุษย์เงินเดือนมีสิทธิหักลดหย่อนภาษีอะไรได้บ้าง?

ไขข้อสงสัย มนุษย์เงินเดือนใช้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีได้อย่างไรบ้าง ?

การเสียภาษีเป็นหนึ่งในหน้าที่ทางกฎหมายของประชาชนทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำที่หากมีรายได้น้อยก็จะเสียภาษีน้อย แต่ถ้าหากมีรายได้มากก็จะต้องเสียภาษีมาก ตามความสามารถในการชำระภาษี (Ability to Pay) ที่สามารถทำการคำนวณได้ผ่านโปรแกรม HR หรือโปรแกรมเงินเดือน เพื่อช่วยให้รัฐบาลมีรายได้สำหรับการนำไปใช้ในการพัฒนาสังคมและประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้าทั้งในด้านของเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข สาธารณูปโภค การศึกษา การคมนาคม และการป้องกันประเทศ

แต่อย่างไรก็ตาม ในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดานั้น รัฐบาลก็ยังได้มีการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนที่ต้องเสียภาษีสามารถใช้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษี เพื่อนำเงินส่วนต่างที่ได้จากการขอหักลดหย่อนภาษีนั้นไปใช้จ่ายหรือลงทุนในระยะยาว เพื่อการวางแผนทางการเงินในวัยเกษียณให้กับตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับใครที่เคยลองดูข้อมูลจากโปรแกรม Payroll หรือ โปรแกรม HR (HR Software) แล้วยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่ามนุษย์เงินเดือนแบบเรา ๆ จะสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้อย่างไรบ้าง ลองมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กันในบทความนี้ได้เลย

มนุษย์เงินเดือน มีเงินเดือนเท่าไหร่ถึงต้องเสียภาษี ?
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงในส่วนของการใช้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษี หลังจากที่เราได้รับเอกสารรับรองรายได้สุทธิในแต่ละปีมาจากโปรแกรม Payroll หรือ โปรแกรมเงินเดือน เป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น เราลองมาศึกษาโครงสร้างในการเสียภาษีกันก่อนว่า มนุษย์เงินเดือนแบบเรา ๆ จะมีเงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะต้องยื่นภาษีและเสียภาษีให้กับรัฐบาล

สำหรับการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะมีทั้งในรูปแบบของ ภงด.91 สำหรับผู้ที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงแค่อย่างเดียว และ ภงด. 90 สำหรับผู้ที่มีรายได้อื่น ๆ นอกจากเงินเดือนร่วมด้วย โดยหากเรามีรายได้ขั้นต่ำต่อปีถึงเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด เราก็จะต้องทำการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภายในวันที่ 30 มีนาคมของทุกปี

โดยเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ทางรัฐบาลได้มีการกำหนดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มีรายละเอียดดังนี้

• ยื่นคนเดียว

  • เงินเดือนรวม (ต่อปี): 120,000 บาท
  • เงินได้ประเภทอื่น (ต่อปี): 60,000 บาท

• ยื่นร่วมกับคู่สมรส

  • เงินเดือนรวม (ต่อปี): 220,000 บาท
  • เงินได้ประเภทอื่น (ต่อปี): 120,000 บาท

การคำนวณภาษีเบื้องต้น สำหรับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเบื้องต้น สามารถทำการคำนวณได้จาก ภาษีที่ต้องจ่าย = เงินได้สุทธิ X อัตราภาษี โดยสำหรับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะสามารถคำนวณได้จาก 2 วิธี ดังนี้

1. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได
จะเป็นการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีรายได้จากรายได้ประจำ หรือเงินเดือนประจำเพียงช่องทางเดียว โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • เงินได้สุทธิ 0 – 150,000 บาท : อัตราภาษี 0% หรือได้รับการยกเว้นภาษี
  • เงินได้สุทธิ 150,000 – 300,000 บาท : อัตราภาษี 5% หรือภาษีสูงสุด 7,500 บาท
  • เงินได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท : อัตราภาษี 10% หรือภาษีสูงสุด 20,000 บาท
  • เงินได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท : อัตราภาษี 15% หรือภาษีสูงสุด 37,500 บาท
  • เงินได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท : อัตราภาษี 20% หรือภาษีสูงสุด 50,000 บาท
  • เงินได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท : อัตราภาษี 25% หรือภาษีสูงสุด 250,000 บาท
  • เงินได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท : อัตราภาษี 30% หรือภาษีสูงสุด 900,000 บาท
  • เงินได้สุทธิตั้งแต่ 5,000,001 บาท ขึ้นไป : อัตราภาษี 35%

2. การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเหมาจ่าย
จะเป็นการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ที่มีรายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากรายได้ประจำ หรือเงินเดือนประจำมากกว่า 120,000 บาทขึ้นไป โดยจะมีการคำนวณแบบเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 0.5 ของยอดเงินได้พึงประเมินหลังจากที่มีการหักรายได้ประจำออกจากเงินได้ประเภทอื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสำหรับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบเหมาจ่าย หากมีการคำนวณแล้วพบว่ามียอดภาษีต่ำกว่า 5,000 บาท ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีในส่วนนี้ไป

ไขข้อสงสัย มนุษย์เงินเดือนสามารถขอใช้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีได้อย่างไรบ้าง ?
จากรายละเอียดเกี่ยวกับเกณฑ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ได้กล่าวไปในข้างต้น หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่มีรายได้ทั้งในส่วนของเงินเดือนประจำและรายได้อื่น ๆ อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี การขอใช้สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากที่จะช่วยให้คุณสามารถลดรายได้สุทธิที่ผ่านการคำนวณข้อมูลมาจากโปรแกรมเงินเดือน หรือ โปรแกรม HR (HR Software) ลง และสามารถจ่ายภาษีได้ในอัตราที่ต่ำลงได้มากขึ้น

โดยสำหรับสิทธิในการลดหย่อนภาษีในปัจจุบันนี้ จะสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ดังนี้

1. ค่าลดหย่อนภาษีส่วนตัวและครอบครัว

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว จำนวน 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนคู่สมรส จำนวน 60,000 บาท สำหรับคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และคู่สมรสจะต้องไม่มีรายได้
  • ค่าลดหย่อนฝากครรภ์และคลอดบุตร สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกินครรภ์ละ 60,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนภาษีบุตร คนละ 30,000 บาทต่อคน และบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดในหรือหลังปี พ.ศ. 2561 จะสามารถลดหย่อนได้เพิ่มอีกคนละ 30,000 บาท รวมเป็นคนละ 60,000 บาท โดยจะต้องเป็นบุตรโดยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรม ที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี
  • ค่าลดหย่อนสำหรับเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและของคู่สมรส คนละ 30,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 4 คน โดยบิดามารดาจะต้องมีอายุมากกว่า 60 ปี และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนภาษีกรณีอุปการะผู้พิการหรือบุคคลทุพพลภาพ คนละ 60,000 บาท โดยผู้พิการต้องมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท และมีบัตรประจำตัวผู้พิการ

หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้พิการหรือทุพพลภาพเป็นบิดามารดา – บุตร – คู่สมรสของตนเอง สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ทั้งสองส่วน ได้แก่ ค่าลดหย่อนคู่สมรส 60,000 บาท และค่าลดหย่อนอุปการะผู้พิการ 60,000 บาท เป็นต้น

2. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มประกัน เงินออม และการลงทุน

  • เบี้ยประกันสังคม สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 6,300 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท โดยประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
  • เบี้ยประกันสุขภาพ และเบี้ยประกันอุบัติเหตุที่คุ้มครองสุขภาพ สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับประกันชีวิตและประกันแบบสะสมทรัพย์ ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพของบิดามารดา สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ สามารถลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยประกันชีวิตแบบบำนาญต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
  • กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF : Retirement Mutual Fund) สามารถลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF : Super Saving Funds) สามารถลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) หรือ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน สามารถลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท
  • กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 13,200 บาท
  • เงินลงทุนธุรกิจ Social Enterprise (วิสาหกิจเพื่อสังคม) สำหรับผู้ที่ลงทุนในหุ้นหรือธุรกิจ Social Enterprise ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป สามารถนำเงินลงทุนไปเป็นค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

3. ค่าลดหย่อนภาษีกลุ่มเงินบริจาค

  • เงินบริจาคทั่วไป สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนภาษี
  • เงินบริจาคเพื่อการศึกษา การกีฬา การพัฒนาสังคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ และบริจาคเพื่อสถานพยาบาลของรัฐ สามารถลดหย่อนได้ 2 เท่า ของเงินตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนภาษี
  • เงินบริจาคให้กับพรรคการเมือง นำมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

4. ค่าลดหย่อนกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

  • โครงการช้อปดีมีคืน สามารถลดหย่อนได้ไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับค่าซื้อสินค้าและบริการในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 15 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ตามที่จ่ายจริง
  • ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย เช่น บ้านเดี่ยว คอนโด ห้องชุด และอาคาร เป็นต้น สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

ในปัจจุบันนี้ มีทางเลือกมากมายที่จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วการวางแผนภาษีที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้มนุษย์เงินสามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเพื่อลดรายได้สุทธิที่ผ่านการคำนวณจากโปรแกรม HR (HR Software) และสามารถนำเงินส่วนต่างเหล่านี้ไปลงทุนเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับตนเอง

TigerSoft สุดยอดผู้นำด้านโซลูชันงานออฟฟิศ งาน HR และงานบริหารทรัพยากรบุคคลของประเทศไทย พร้อมให้บริการจัดจำหน่ายเครื่องสแกนนิ้วมือ เครื่องสแกนหน้า เครื่องบันทึกเวลา และอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยภายในออฟฟิศและสำนักงานแบบครบวงจร ตลอดจนโปรแกรม HR (HR Software) ต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานสูงและมีความเที่ยงตรงในการใช้งานมากที่สุด ซึ่งสามารถช่วยตอบโจทย์ในด้านของความคุ้มค่าในการใช้งานได้อย่างดีที่สุด

สนใจหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tigersoft

สามารถติดต่อไทเกอร์ซอฟท์ได้ที่

ธุรกิจที่มีพนักงานทำงานเป็นกะ ฝ่าย HR รับมืออย่างไร ปลดล็อกทุกภาระด้วยโปรแกรม HR สําเร็จรูป

ธุรกิจที่มีพนักงานทำงานเป็นกะ ฝ่าย HR รับมืออย่างไร ปลดล็อกทุกภาระด้วยโปรแกรม HR สําเร็จรูป โปรแกรม HR สําเร็จรูป ตอบโจทย์องค์กรธุรกิจธุรกิจที่มีพนักงานทำงานเป็นกะ สะดวก ง่าย และแม่นยำ การทำงานในรูปแบบเข้ากะงาน หรือ Shift Work คือ การเข้าทำงานแบบเป็น […]

23 พ.ค. 2024

5 การบริหารทรัพยากรธุรกิจโรงแรม

อุตสาหกรรมการบริการอย่างธุรกิจโรงแรม ถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง และต้องตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการอยู่ตลอดเวลา หากไม่มีการปรับตัวพัฒนาให้ทันกับความต้องการผู้ใช้บริการ ก็อาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงักและปิดตัวลงได้ ความท้าทายในการบริหารทรัพยาก […]

9 ก.ย. 2022

สวัสดิการแบบไหนที่คนรุ่นใหม่ต้องการ? จาก TigerSoft ผู้นำโปรแกรม HR

สวัสดิการในองค์กรแบบไหนที่คนรุ่นใหม่ต้องการ? จาก TigerSoft ผู้นำโปรแกรม HR TigerSoft ผู้นำโปรแกรม HR เผยองค์กรในฝันกับ 5 สวัสดิการที่คนรุ่นใหม่ต้องการมากที่สุด! หลาย ๆ องค์กรต่างต้องการคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยขับเคลื่อนองค์กรให […]

2 มิ.ย. 2023